Curriculum
Course: รวมเทศนาและเพลงนมัสการ ค่าย Passion in C...
Login

Curriculum

รวมเทศนาและเพลงนมัสการ ค่าย Passion in Christ

Video lesson

เทศนา#5 “ทำไมท่านจึงทำให้พี่น้องของท่านหมดกำลังใจ”

“ทำไมท่านจึงทำให้พี่น้องของท่านหมดกำลังใจ” กันดารวิถึ 32:1,4,7

 

โดยปกติเมื่อเกิดภาวะสงคราม โดยส่วนรวมจะต้องมีการยอมเสียสละ เข้าร่วมด้วย การมีจิตสำนึก (ใช่หรือไม่)

ในอิสราเอล ทุกคน (ชาย, หญิง) ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร
ในเกาหลี มีการเกณฑ์ทหาร แต่ กลับมีบางคน พยายามหลบเลี่ยงด้วยเหตุผลต่างๆ
ในประวัติศาสตร์ ชนชาติอิสราเอล ต้องเข้าสงครามเพื่อเข้ายึดครองดินแดนคานาอัน ตามพระสัญญาที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ตามพันธสัญญา แน่นอนว่า ชายทุกคนที่สามารถรบได้ รวมทั้ง 12 เผ่าของอิสราเอล ต้องเข้าร่วมรบ

    แต่เมื่อโมเสสนำอิสราเอลมาถึงดินแดนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน ที่พระเจ้าได้ปราบบรรดาผู้คนที่นั่นลงแล้ว ปรากฎว่าอิสราเอล 3 เผ่า (รูเบน กาด และครึ่งเผ่ามนัสเสห์) มาขออนุญาตโมเสสที่จะเข้ายึดครองพื้นที่นี้เลย โดยขอแยกตัวไม่ข้ามแม่น้ำไปร่วมรบกับอีก 9 เผ่า

   โมเสสตั้งคำถามเพื่อเตือนและให้ใคร่ครวญว่า พวกเขากำลังละทิ้งเป้าหมายที่พระเจ้ากำหนดไว้ให้ทุกเผ่า ต้องมีส่วนร่วมเพื่อการเข้ายึดครองคานาอันด้วยกัน
   เพราะการแสดงออกของทั้ง 3 เผ่านี้ เป็นการเห็นแก่ตัวที่สร้างการบั่นทอนความมุ่งมั่นกำลังใจที่เผ่าต่างๆ กำลังจะออกไปกระทำตามพระบัญชาของพระเจ้า ทั้งนี้ก็เพื่อทุกเผ่าจะได้รับผลจากเป้าหมายเดียวกันที่พระเจ้ากำหนดในพันธสัญญานั่นเอง 

“ทำไมท่านทั้งหลายกระทำให้จิตใจของคนอิสราเอลท้อถอย ที่จะยกข้ามไปยังแผ่นดินซึ่งพระเจ้าประทานแก่เขา”

    เมื่อทั้ง 3 เผ่า รับคำตำหนิจึงเกิดคิดได้ จึงเปลี่ยนความคิด ยอมที่จะข้ามแม่น้ำไปร่วมรบด้วย โดยขอเพียงให้พวกเราสร้างบ้านเรือนชั่วคราวให้ครอบครัวและฝูงสัตย์พักรอก่อน โมเสสยินยอมโดยตั้งเงื่อนไขว่า พวกเขาทั้ง 3 เผ่าต้องเข้าร่วมรบจนกว่าพระเจ้าจะปราบคนคานาอันจนราบคราบ พวกเขาจึงจะสามารถกลับไปถือครองแผ่นดินฝั่งตะวันออกนั้นได้ ตามที่เคยขอ (กดว.32:16-22)

ภาพพฤติกรรมของอิสราเอล 3 เผ่านี้ สะท้อนบทเรียนว่า

1) กลับใจ เมื่อมองเห็นเป้าหมายของพระเจ้า
    ทั้งที่ 3 เผ่าพบว่า เมื่อเขาร่วมข้ามไปนั้นเขาต้องทำสงครามยาวนาน 7 ปี นั้นทำให้เขาตระหนักถึงความสำคัญแห่งแผนการณ์ว่าพวกเขาทุกคนล้วนสำคัญต่อแผนการณ์ ทั้งนี้สิ่งที่เขา (และเรา) ต้องมองเห็นคือ กว่าจะได้เข้าดินแดนคานาอันใช้เวลา 40 ปี กว่าจะเข้ายึดครองคานาอัน ใช้เวลา 7 ปี เป็นเรื่องใหญ่ใช้เวลา, เผชิญความยากลำบาก โดยต้องมองเห็นภาพเป็าหมายปลายทางให้ชัดเจน (เช่นเดียวกับการได้รับความรอด การได้ดำรงอยู่ในความรอดต่อเนื่องจนบรรลุความรอดสมบูรณ์)

2) ยึดเป้าหมายของพระเจ้า วางเรื่องส่วนตัวลงก่อน
    เพราะภายใต้เงื่อนไขของพันธสัญญานั้น ผลประโยชน์และพระพรจากพระเจ้าจะประทานให้ได้รับกันอย่างถ้วนหน้า และมากเกินกว่าที่เขาคาดคิดเสมอ แต่มีเงื่อนไขที่พระเจ้ากำหนดไว้ว่า ทุกคนต้องร่วมมือกันจนเป้าหมายใหญ่บรรลุเสียก่อน เพราะว่าพระเจ้าทรงกำหนดส่วนแบ่งไว้แล้ว แต่ถ้ามีใครปฎิเสธไม่เข้าร่วมมีส่วน เป้าหมายอาจไม่บรรลุ ผลลัพธ์ตอบแทนย่อมไม่ปรากฎให้ได้รับส่วนแบ่ง และถ้าคนคานาอันไม่ได้ถูกปราบจนราบคาบจริง คนเหล่านี้จะกลับกลายมาเป็นปัญหารบกวนพวกเขาแต่ละเผ่าไม่จบสิ้น นอกจากนี้เมื่อเป้าหมายบรรลุ ยังจะมีพระพรพิเศษ อันเนื่องจากการเสียสละอย่างเป็นเอกภาพเสมอ ( 3 เผ่า ได้สิ่งของติดมือกลับมากมาย) ดังนั้นอย่ามองแคบ คิดสั้น ตัดช่องน้อยเพียงลำพัง

3) ความร่วมมือสร้างสันติสุข
     หลังจากทั้ง 3 เผ่าร่วมในชัยชนะ พวกเขามีประสบการณ์ตรงตามที่พระเจ้าสัญญา คือเมื่อปฎิบัติตามพระบัญชาทุกอย่างก็ปรากฎเป็นจริง พวกเขาได้สร้างแท่นบูชาขึ้นเป็นสัญลักษณ์ที่ยืนยันว่า พวกเขาจะไม่ตัดช่องน้อย แยกออกจากการร่วมอยู่ในเป้าหมายกับทุกเผ่า โดยพวกเขาจะพร้อมเข้ามาร่วมกับทุกเผ่าอย่างเป็นเอกภาพเพื่อตอบสนองทุกการทรงเรียกเพื่อเป้าหมาย

 

ความปรารถนาในพระคริสต์ของทุกคนในพลับพลา

 

“ร่วมในแผนใหญ่…มุ่งไปสู่เป้าหมายของทุกคน”  

     เพราะว่าแผนการณ์ความรอดของพระเจ้าเป็นโครงการระยะยาว (จากปฐมกาลถึงนิรันดร์กาล) แน่นอนว่าพระเจ้าเองทรงกำหนดและเป็นผู้ขับเคลื่อนแต่ภายในแทน พระองค์กำหนดวางบุคคลต่างๆใช้ในต่างเวลาและสถานที่ เพื่อเป็นภาชนะรองรับร่วมกับการขับเคลื่อน

     ทั้งนี้ภายใต้ความปรารถนาของพระคริสต์ที่บรรลุแล้วที่กางเขน พระองค์ได้ตั้งต้นเป้าหมายไว้ให้สาวกของพระองค์ ทุกคนที่จะต้องเข้าร่วมส่วนด้วย เพื่อเป้าหมายนี้จะสำเร็จสมบูรณ์ (การเข้าร่วมรบอย่างเป็นเอกภาพ จนมีชัยชนะเบ็จเสร็จเหนือคานาอัน)

     เพราะวันนี้เราได้เข้าอยู่ในแผนการความรอดแล้วโดยพระคุณ และในฐานะที่เป็นสาวกของพระคริสต์ เราจึงสมควรจะร่วมอยู่ในแผนการณ์ใหญ่นี้โดย

1) พร้อม ยอมรับ เป้าหมาย
    โดยตระหนักว่าเมื่อรับความรอดแล้ว อย่าหยุดที่ปากประตูความรอด (ที่เราได้เข้ามาแล้ว เพราะพระคุณ เราไม่ได้ต้องทำอะไรเลย) แต่ขอให้รับรู้ว่าในความรอดมีกระบวนการอีกมากที่เราต้องมองเห็นภาพของแผนการและเป้าหมายที่พระเจ้ากำหนดไว้สำหรับเราที่จะต้องเดินตามด้วยและต้องเดินผ่านไปในทุกขั้นตอน

2) พร้อมร่วมในภาระหลักของเป้าหมาย
    ภารกิจหลัก ที่ทำให้แผนการความรอดบรรลุเป้าหมายล้วนเป็นเรื่องภารกิจแนวหน้าการสงครามฝ่ายวิญญาณเพื่อแย่งชิงขยายเขตแดน (การประกาศ การสั่งสอนสร้างคน การวิงวอนอธิษฐาน) ซึ่งต้องการ เวลา ความสามารถ แรงกายใจ การอุทิศเสียสละ โดยยอมวางเป้าหมายส่วนตัวในโลกไว้กับพระเจ้าด้วยความวางใจ เป็นเพราะ

  • เราเป็นภาชนะที่มีความจำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมาย
  • พระเจ้าจะทรงดูแล บริหารจัดการเป้าหมายของเราให้เข้ามาสอดคล้องกับแผนการของพระองค์ได้เอง
  • การร่วมในแผนการ ที่มุ่งสู่เป้าหมาย(ใหญ่ๆ)นั้นส่งผลพลอยได้คือเป็นการมุ่งกระทำให้เป้าหมายเจาะจงที่พระเจ้ากำหนดสำหรับเรา ตามเวลาและสถานที่ของเราบรรลุสำเร็จได้
    (เมื่อ 3 เผ่าร่วมรบจนมีชัยชนะพวกเขาจึงสามารถกลับไปรับแผ่นดินที่เขาเคยตั้งเป้าขอครอบครองนั้นได้โดยบวกเพิ่มด้วยวัตถุสิ่งของติดมือด้วย)

3) พร้อมสร้างความเป็นเอกภาพ
    เพราะการยึดความปรารถนาของพระคริสต์ ด้วยความเชื่อฟัง มองเห็นภาพเป้าหมายชัดเจนและได้อยู่ในความรอดแล้วด้วยนั้น ย่อมน้อมนำให้สาวกทุกคนมองจุดเดียวกัน คิดสิ่งเดียวกันและสามารถกระทำภารกิจเดียวกัน อันเป็นเหตุให้ทุกคนจึงรวมตัวกันเป็นเอกภาพ สามารถมองข้ามความแตกต่างข้อบกพร่องของกันและกันได้ และนี้เป็นความปรารถนาของพระคริสต์อีกประการ ที่ทรงยอมสละพระโลหิตเพื่อรวมเรา เข้าไว้ใน พระกายคือคริสตจักรนั่นเอง

 

This website uses cookies and asks your personal data to enhance your browsing experience. We are committed to protecting your privacy and ensuring your data is handled in compliance with the General Data Protection Regulation (GDPR).