เมื่อผู้คนไปคริสตจักรพวกเขาคาดหวังจะพบอะไร?
หลายคนอาจผิดหวังเพราะบางครั้งพวกเขาไม่เป็นที่ต้อนรับ และกลับพบว่าในคริสสตจักรมีคนไม่ค่อยน่ารักในลักษณะต่างๆอยู่มากมาย ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ? นั่นเพราะคริสตจักรเป็นที่รวมคนป่วย(ฝ่ายวิญญาณ)ในประเภทต่างๆเข้ามาอยู่รวมกัน เพื่อรอรับการรักษานั่นเอง หมายความว่าในด้านหนึ่งคริสตจักรเปรียบเหมือนโรงพยาบาล
ภาพที่ เปาโล กล่าวไว้ถึงคริสตจักรเอเฟซัส สะท้อนว่าที่นี่เต็มไปด้วยคนป่วย ไม่ปกติมากมายจริง “จงเลิกพูดมุสา” “อย่าให้ตะวันตกดินท่านยังโกรธอยู่” “คนที่เคยขโมยก็อย่าขโมยอีก” “อย่าให้คำหยาบคายออกมาจากปากท่าน”
ทั้งนี้ด้วยเป็นคริสตจักรโดยฤทธิ์เดชแห่งการรักษาของพระเจ้า คนเหล่านี้จึงสามารถจะเปลี่ยนแปลงจากพฤติกรรมป่วยเดิมๆ กลายเป็นพฤติกรรมคนปกติ “จงพูดความจริง” “จงใช้มือทำงานที่ดี” “ จงกล่าวคำที่ดี และเป็นประโยชน์เหมาะกับความต้องการแก่คนที่ได้ฟัง”
ความจริงจาก พระวจนะ เหล่านี้ สะท้อนว่าคริสตจักรจะต้องเป็นโรงพยาบาล โดยเราต้องเข้าใจและตอบสนองให้ความจริงนี้เกิดขึ้นได้โดย
1) หายป่วยก่อน
เราต้องรับการรักษาให้หาย เพื่อจะกลับกลายเป็นคนที่มีใจเมตตากรุณาพร้อมยอมรับให้อภัย มองข้ามความบกพร่องของผู้ป่วย ( อฟ.4:32)
คุณสมบัติเช่นนี้ย่อมเอื้อให้เกิดการรักษา เปรียบถึงหมอและพยาบาลที่ล้วนมีใจกรุณาอ่อนสุภาพย่อมไม่ตำหนิดุว่าผู้ป่วย มีแต่การชมเชยช่วยให้กำลังใจจนผู้ป่วยรู้สึกอยากหายเพราะจิตใจฟื้นฟู
2) คิดทำสิ่งบวกเลิกคิดทำสิ่งลบ
ภายใต้หลักการที่ว่า การเปลี่ยนแปลงเป็นหลักฐานแห่งการเป็นสาวกของพระคริสต์สิ่งที่ต้องกระทำคือ
ละทิ้งการชั่วทั้งปวงไป มุ่งกระทำแต่ล้วนการดี
ถ่อมใจลงโดยแสดงออกในการให้เกียรติผู้อื่นด้วยการพูดสนับสนุนในสิ่งดี ส่วนดีของผู้คน แม้เขาจะมีข้อบกพร่องปรากฏอยู่(แทนที่จะตำหนิแต่ข้อบกพร่องดังที่คนทั่วไปเขาทำกัน)
แสดงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมโดยความรักของพระคริสต์ที่หลั่งไหลเข้ามาในชีวิต เพื่อสามารถจะกระทำสิ่งบวก ทดแทนสิ่งลบ เช่นการยอมให้อภัย
3) เป็นเกลือและแสงสว่าง
ทุกคนที่หายป่วย(หรือป่วยน้อยลง)ต้องร่วมมือกันออกไปช่วยผู้ป่วยที่ยังมีอีกมากมายในสังคม ให้ได้มีโอกาสรับการรักษาโดยความรักของพระเจ้า
“ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิต”
เพราะว่าคริสตจักรที่มีแต่คนเจ็บป่วยแน่นอนว่าอาการป่วยในลักษณะต่างๆ(พฤติกรรมบาปจากตัวเก่า ที่แสดงออกเป็นคำพูดและการกระทำ)ย่อมไปสร้างผลกระทบต่อกันและกัน ปรากฏเป็นปัญหาในการทะเลาะวิวาท การแตกแยก และการประทุษร้าย กันในระดับต่างๆ ที่บ่อนทำลาย เอกภาพ ศักยภาพและพลานุภาพ คุณสมบัติสำคัญของคริสตจักรที่ควรจะมีและมีอย่างแข็งแกร่ง
แต่เพราะคุณสมบัติเหล่านี้อาจอ่อนแอและอาจขาดไปเพราะคริสตจักรมีแต่ผู้ป่วยนั่นเองพระเจ้าย่อมไม่สามารถนำคริสตจักรไปเป็นภาชนะเพื่อแผนการและเป้าหมายของพระองค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างที่ควรเป็น
ดังนั้นเราทุกคนที่อยู่ในพระคริสต์แล้วต้องปรารถนาการมีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงจนเข้าใกล้หรือเป็นปกติโดย
1) เริ่มจากตัวเรา
ต้องรับการเปลี่ยนแปลงสร้างใหม่ตลอดเวลาโดย
2) สาวกสร้างโอกาสการรักษา
เราต้องช่วยให้ผู้อื่นได้รับการรักษาโดย ความรักของพระคริสต์ ด้วยการ
ถ่อมใจให้เกียรติเห็นว่าผู้อื่น ดีกว่าตัวเอง
สุภาพอ่อนโยนด้วยใจกรุณาต่อผู้ที่บกพร่องอ่อนแอขาดแคลน
กระทำตรงข้ามกับคนภายนอกโดยเป็นเกลือและแสงสว่าง
เพราะพระเจ้า ทรงสามารถรักษาผู้คนผ่านทางสาวกของพระองค์ (ดังที่เคยปรากฏเป็นจริงกับสาวก 12 คนมาแล้ว)
คริสตจักรที่มีคนปกติ( ในฝ่ายวิญญาณ) จำนวนมาก ย่อมเอื้อให้เกิดคุณสมบัติสำคัญคือ เอกภาพ ศักยภาพ และพลานุภาพ ซึ่งปรากฏและแข็งแกร่ง ซึ่งพระเจ้าย่อมนำไปเป็นภาชนะ สร้างการเกิดผลตามแผนการของพระองค์ได้เต็มที่นั่นเอง