“ผู้รับใช้ ยอดนักสู้” โดยคริสตจักรพลับพลา มุ่งเน้นการหนุนใจให้คริสเตียนดำเนินชีวิตด้วย เป้าหมายที่ชัดเจนและวินัยฝ่ายวิญญาณ โดยใช้แบบอย่างจากอัครทูตเปาโลที่เปรียบเทียบการรับใช้พระเจ้ากับการเป็น นักวิ่งและนักมวย ซึ่งต้องอาศัยการ ควบคุมตนเอง (Self-control) และการเอาชนะจุดอ่อนส่วนตัวเพื่อให้ไปถึงหลักชัยโดยไม่ถูกตัดสิทธิ์จากรางวัลของพระเจ้า เนื้อหาสาระสำคัญยังครอบคลุมถึงการแสดงออกซึ่งความรักผ่าน ภาษาหลัก 5 ประการ และการพึ่งพาฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคหรือสถานการณ์วิกฤต ดังเช่นบทเรียนชีวิตของเบธานี แฮมิลตัน ที่เปลี่ยนโศกนาฏกรรมให้เป็นโอกาสในการสำแดงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ทั้งนี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการหล่อหลอมให้ผู้เชื่อมีความ สัตย์ซื่อและบากบั่น ในการทำพันธกิจเพื่อรับบำเหน็จนิรันดร์ที่ไม่มีวันเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา
การมีเป้าหมายชีวิต
การมีเป้าหมายชีวิต ไม่ใช่การดำเนินชีวิตไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย แต่เปรียบเสมือน “การวิ่งแข่งเพื่อชิงรางวัล” และการมุ่งไปสู่ “หลักชัย” ที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้, โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
1. การมีเป้าหมายที่ชัดเจน (ไม่ใช่การชกลม)
การมีเป้าหมายชีวิตที่ถูกต้องต้องมีความชัดเจนและมีทิศทาง ไม่เหมือนกับ “นักมวยที่ชกลม” (Shadow Boxing) ที่แม้จะมีการเคลื่อนไหว แต่ไม่มีคู่ต่อสู้หรือเป้าหมายที่แน่นอน
- การร่วมมือกับพระเจ้า: พระเจ้าทรงมีน้ำพระทัยและตั้งเป้าหมายไว้ให้เราแล้ว แต่เราต้องตัดสินใจร่วมมือกับพระองค์เพื่อให้น้ำพระทัยนั้นสำเร็จในชีวิต
- อยู่เพื่อพระคริสต์และการเกิดผล: เป้าหมายสูงสุดคือการมีชีวิตอยู่เพื่อพระคริสต์ และ “อยู่เพื่อการเกิดผล” ซึ่งรวมถึงการรู้จักพระลักษณะของพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่และอัศจรรย์มากขึ้นในแต่ละวันผ่านประสบการณ์ต่าง ๆ,
2. เป้าหมายในชีวิตประจำวัน: การเป็น “พระพร”
การมีเป้าหมายไม่ได้หมายถึงอนาคตที่ไกลตัวเท่านั้น แต่ควรมีการตั้งเป้าหมายในทุก ๆ วัน:
- การเป็นท่อพระพร: ตั้งใจว่าในแต่ละวันจะเป็นพระพรต่อคนใกล้ชิด เช่น ครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือคนในชุมชนที่ยังไม่เชื่อพระเจ้า
- การสำแดงรักและแบ่งปัน: ใช้เป้าหมายในการอธิษฐานเผื่อผู้อื่น (Pray) การสำแดงความห่วงใย (Care) และการแบ่งปันเรื่องราวของพระเจ้า (Share) เพื่อนำคนมาถึงความรอด,
- การทบทวนตัวเอง: เมื่อสิ้นสุดวัน ควรทบทวนว่าเราได้ทำอะไรบ้าง ได้รู้จักพระเจ้ามากขึ้นไหม และได้เป็นพระพรแก่ใครบ้างหรือไม่
3. วินัยและการควบคุมตนเองเพื่อไปถึงเป้าหมาย
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายชีวิต ผู้อารักขาต้องมีลักษณะเหมือนนักกีฬาที่ “เคร่งครัดในระเบียบ”:
- การควบคุมตนเอง (Self-control): ต้องต่อสู้กับตนเองเพื่อที่จะสามารถ “Say Yes” กับสิ่งที่เป็นน้ำพระทัยพระเจ้า และ “Say No” กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง,
- การจัดการจุดอ่อน: ต้องรู้เท่าทันและจัดการกับจุดอ่อนของตนเองอย่างตรงจุด (ชกให้ถูกเบ้าตา) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอารมณ์ การเงิน หรือการใช้เวลา เพื่อไม่ให้เราเสียคุณสมบัติในการรับรางวัล,,
4. รางวัลนิรันดร์เป็นแรงจูงใจ
เป้าหมายชีวิตของคริสเตียนเหนือกว่ารางวัลทางโลกที่ร่วงโรยได้ (เช่น มงกุฎใบไม้ในสมัยก่อน) แต่เรามุ่งหวัง “มงกุฎที่ไม่มีวันล่วงโรย”,:
- บำเหน็จจากพระเจ้า: รางวัลนี้คือการที่พระเจ้าทรงรับรอง (Recognize) และเห็นคุณค่าในสิ่งที่เราได้สัตย์ซื่อกระทำตามน้ำพระทัยของพระองค์,
- ความมั่นใจในวาระสุดท้าย: เหมือนอัครทูตเปาโลที่มีความมั่นใจเมื่อถึงหลักชัยว่า ท่านได้ต่อสู้อย่างเต็มกำลังและรักษาความเชื่อไว้แล้ว และมงกุฎแห่งความชอบธรรมจะเป็นของท่านแน่นอน
โดยสรุป การมีเป้าหมายชีวิต คือการดำเนินชีวิตในฐานะ “ยอดนักสู้” ที่ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์ แต่บากบั่นมุ่งไปสู่หลักชัยเพื่อการเกิดผลฝ่ายวิญญาณและรับรางวัลนิรันดร์จากพระเจ้าครับ,
วินัยและการควบคุมตนเอง
วินัยและการควบคุมตนเอง (Discipline and Self-control) คือคุณสมบัติสำคัญที่เปลี่ยน “ผู้รับใช้” ให้กลายเป็น “ยอดนักสู้” ของพระเจ้า โดยมีรายละเอียดที่ลึกซึ้งดังนี้:
1. นิยามของการควบคุมตนเอง: การต่อสู้เพื่อชัยชนะ
ในภาษาเดิม (กรีก) คำว่าเคร่งครัดในระเบียบหรือการควบคุมตนเอง มาจากคำว่า agonisomos (การต่อสู้ดิ้นรน) และ self-control ซึ่งหมายถึง:
- พลังแห่งการตัดสินใจ: คือความสามารถในการ “Say Yes กับสิ่งที่เป็น Yes” และ “Say No กับสิ่งที่เป็น No” ในชีวิตประจำวัน
- ไม่ใช่เรื่องง่าย: การควบคุมตนเองไม่ได้มาเปล่า ๆ แต่ต้องใช้พลังและการต่อสู้อย่างมากเพื่อให้เราสามารถบังคับตนเองได้
- เปรียบเหมือนกำแพงเมือง: พระคัมภีร์สุภาษิตเปรียบคนที่ไม่สามารถควบคุมตนเองได้เหมือน “เมืองที่ปรักหักพังและไม่มีกำแพง” ซึ่งทำให้ชีวิตพังทลายได้ง่าย และการปกครองจิตใจตนเองได้นั้นมีค่ามากกว่าผู้ที่รบชนะเมืองใหญ่เสียอีก
2. การ “ชกให้ถูกเบ้าตา”: จัดการจุดอ่อนอย่างตรงจุด
อัครทูตเปาโลใช้ภาพลักษณ์ของนักมวยในการอธิบายวินัยว่า ท่าน “ทุบตีร่างกายให้มันแข็งจนอยู่มือ” ซึ่งในภาษาเดิมหมายถึงการ “ชกเข้าที่เบ้าตา” เพื่อให้ยอมแพ้
- ชกให้ตรงเป้า: ผู้อารักขาต้องรู้จุดอ่อนของตนเองและจัดการให้ตรงจุด เช่น หากมีจุดอ่อนเรื่องการเงิน ต้องจัดการเรื่องเงิน หากเป็นเรื่องอารมณ์หรือเวลา ก็ต้อง “ชก” ไปที่จุดนั้นเพื่อให้มันยอมจำนนและมาอยู่ภายใต้การควบคุมของเรา
- การทำให้เป็นทาส: วินัยคือการทำให้ร่างกายและนิสัยเก่าของเรากลายเป็น “ทาส” ที่ต้องเชื่อฟังคำสั่ง ไม่ใช่ให้เราเป็นทาสของอารมณ์หรือกิเลส
3. วินัยในภาคปฏิบัติและการสร้างพฤติกรรมใหม่
การสร้างวินัยต้องอาศัยทั้งกำลังฝ่ายวิญญาณและการฝึกฝนที่เป็นรูปธรรม:
- พึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์: การควบคุมตนเองเป็นหนึ่งใน “ผลของพระวิญญาณ” ดังนั้นเราต้องพึ่งพาพระองค์เพื่อให้พระองค์สร้างวินัยนี้ขึ้นในใจเรา
- การวางแผนและหลีกเลี่ยงสิ่งเร้า: ควรวางแผนกิจวัตรในแต่ละวันและหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่จะกระตุ้นให้เราทำผิดวินัย (เช่น หากรู้ว่าคุมอาหารไม่เก่ง ก็ไม่ควรไปดูภาพอาหารที่น่ากิน)
- กฎ 21 วัน และ 2 เดือน: หากเราสู้และทำตามวินัยอย่างต่อเนื่อง 21 วันถึง 2 เดือน จะเกิดเป็น “พฤติกรรมใหม่” ที่ทำให้การต่อสู้ครั้งต่อ ๆ ไปง่ายลง
4. เป้าหมายและผลลัพธ์ของวินัย
คริสเตียนยอมเคร่งครัดในระเบียบไม่เหมือนนักกีฬาทั่วไป:
- รางวัลที่ไม่มีวันล่วงโรย: นักกีฬาในสมัยก่อนสู้เพื่อมงกุฎใบไม้ที่เหี่ยวแห้งได้ แต่คริสเตียนสู้เพื่อ “บำเหน็จนิรันดร์” และการที่พระเจ้าทรงรับรอง (Recognize) ในสิ่งที่เราสัตย์ซื่อกระทำ
- การป้องกันการถูกตัดสิทธิ์ (Disqualify): วินัยช่วยป้องกันไม่ให้เรากลายเป็นคนที่ “ใช้การไม่ได้” ในสายพระเนตรพระเจ้า แม้เราจะประกาศข่าวประเสริฐจนคนอื่นรับเชื่อมากมาย แต่หากเราไม่มีวินัยและปล่อยให้จุดอ่อนครอบงำ เราอาจถูกยึดรางวัลหรือเสียคุณสมบัติไปอย่างน่าเสียดาย
5. แบบอย่างของผู้ไม่ยอมแพ้
ตัวอย่างของ เบธานี แฮมิลตัน (Bethany Hamilton) นักเซิร์ฟที่สูญเสียแขนซ้ายจากการถูกฉลามกัด แสดงให้เห็นถึงวินัยและการต่อสู้ที่ไม่ยอมให้อุปสรรคมาดับความฝัน เธอเลือกที่จะไม่จมอยู่กับความทุกข์ แต่ฝึกฝนตนเองจนกลับมาแข่งขันและกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้
สรุป วินัยและการควบคุมตนเอง คือการปล้ำสู้เพื่อจัดการตนเองให้พร้อมอยู่เสมอสำหรับแผนการของพระเจ้า เพื่อที่เราจะวิ่งแข่งไปถึงหลักชัยและรับรางวัลที่พระองค์เตรียมไว้ให้ด้วยความภูมิใจ
