“จงเป็นแบบอย่าง เพื่อเป็นที่ชื่นชอบต่อคนทั้งปวง” ผู้เทศนาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่คริสเตียนจะดำเนินชีวิตตามพระคำของพระเจ้า ซึ่งเป็นหลักการและคู่มือในการดำเนินชีวิตที่นำไปสู่การเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าและเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไป การเป็นแบบอย่างที่ดีถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน โดยผู้เทศนาได้เน้นถึง ห้าประการของการเป็นแบบอย่างที่ดี ตามที่ปรากฏในพระคัมภีร์ 1 ทิโมธี ได้แก่ การเป็นแบบอย่างใน วาจา การประพฤติ ความรัก ความเชื่อ และความบริสุทธิ์ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ผู้เชื่อต้องมุ่งมั่นปฏิบัติเพื่อสะท้อนพระเยซูคริสต์และเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้อื่น แม้จะมีความล้มเหลว แต่พระเจ้าทรงเรียกผู้ที่ปรารถนาจะลุกขึ้นและดำเนินชีวิตในความบริสุทธิ์เพื่อรับใช้พระองค์เสมอ.
แบบอย่างชีวิต
ผู้เทศนาได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเป็นแบบอย่างที่ดีอย่างละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการดำเนินชีวิตในฐานะคริสเตียน
การเป็นแบบอย่างชีวิตที่ดีนั้นเป็นหัวข้อที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยมีความท้าทายในปัจจุบัน เนื่องจากแบบอย่างที่ดีนั้นหาได้ยาก ในขณะที่แบบอย่างที่ไม่ดีกลับปรากฏมากมายในสังคม, สื่อ, ข่าว, และในทุกวงการ รวมถึงในคริสตจักรด้วย
ความสำคัญของแบบอย่างชีวิต
การดำเนินชีวิตตามหลักการของพระเจ้า ทำให้ชีวิตของเราเติบโต มีความปลอดภัย และเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า รวมถึงเป็นที่ชื่นชอบของคนทั้งปวง พระวจนะของพระเจ้าเป็นหลักการ, แนวทาง, และคู่มือที่เราต้องยึดถือและนำมาใช้ในการปฏิบัติ
- ทุกคนเป็นแบบอย่าง: ทุกคนกำลังเป็นแบบอย่างแก่กันและกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีหรือไม่ดี
- สร้างความเชื่อมั่น: คำสอนสร้างความเข้าใจ แต่การเป็นแบบอย่างที่ดีจะสร้าง ความเชื่อมั่นและแรงบันดาลใจ
- ผู้เชื่อและผู้รับใช้: ในฐานะผู้เชื่อ เราเป็นแบบอย่างต่อกันและกัน ผู้รับใช้ของพระเจ้า (เช่น ทิโมธี) นอกจากการสอนที่ดีแล้ว ยังต้องมีชีวิตที่ดีด้วย
องค์ประกอบของการเป็นแบบอย่างที่ดี (5 ประการ)
อ้างอิงจาก 1 ทิโมธี บทที่ 4 ข้อที่ 12 ผู้เชื่อถูกหนุนใจให้เป็นแบบอย่างแก่ผู้เชื่อคนอื่น ๆ ทั้งในด้านวาจา, การประพฤติ, ความรัก, ความเชื่อ, และความบริสุทธิ์
1. แบบอย่างทางวาจา (คำพูด)
การใช้คำพูดหรือวาจาเป็นเรื่องที่เราทำผิดได้ง่าย และเมื่อเราพูดออกไปแล้วก็ไม่สามารถเอาคืนมาได้ พระคัมภีร์สอนให้เราต้องช้าในการใช้คำพูด
- ช้าในทางพูด: เราควรไวในการฟัง ช้าในการพูด และช้าในการโกรธ (ยากอบ 1:19) การช้าในทางพูดหมายถึงการมีท่าทีที่จะไม่แสดงความคิดเห็น หรือไม่พูดก่อนที่จะฟังให้จบ รวมถึงการไม่โพสต์หรือแชร์ข้อมูลเร็วเกินไป
- พูดให้น้อยคำ: เราควรพูดน้อย เพราะยิ่งพูดเยอะ ปัญหายิ่งเยอะ (ปัญญาจารย์ 5:2)
- พูดให้ดี: เราต้องหลีกเลี่ยงการพูดสิ่งชั่วร้ายหรือสิ่งที่ไม่ดี อย่าให้คำสรรเสริญและคำแช่งด่าออกมาจากปากเดียวกัน ควรพูดในสิ่งที่สร้างสรรค์และหลีกเลี่ยงการพูดหยาบคายหรือหยาบโลน (เอเฟซัส 5:4)
- ควบคุมคำพูด: ก่อนที่คำพูดจะออกไป เราจะต้องคิดและใคร่ครวญก่อน คำพูดที่ออกมาจะผูกมัดตัวเรา ชีวิตและความตายอยู่ในอำนาจของลิ้น (สุภาษิต 18:21)
2. แบบอย่างการประพฤติ (การกระทำ)
การประพฤติหมายถึงการดำเนินชีวิต หรือพฤติกรรมที่แสดงออก ซึ่งเป็นสิ่งที่คนจะมองเห็นและยืนยันว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นจริง การประพฤติที่ดีจะพูดแทนตัวเราได้ดังที่สุด
- สะท้อนถึงพระเยซู: การประพฤติของเราควรสะท้อนพระเยซูผ่านชีวิตประจำวันของเราในทุกด้าน การเป็นคริสเตียนคือการดำเนินชีวิตที่สะท้อนพระเยซูคริสต์ในทุก ๆ วัน ไม่ใช่เฉพาะวันอาทิตย์
- ความสัตย์ซื่อ: ชีวิตที่จริงใจและสัตย์ซื่อเป็นสิ่งที่โลกต้องการ คนจะยกย่องเราเพราะความสามารถ แต่จะ เชื่อ เราเพราะความสัตย์ซื่อ
- ความถ่อมใจ: ผู้นำที่แท้จริงและคนที่เป็นแบบอย่างที่แท้จริงจะมีความถ่อมใจ ความถ่อมใจคือการรู้คุณค่าของตนเองโดยที่ไม่จำเป็นต้องกดคนอื่นให้ต่ำลง
3. แบบอย่างในความรัก
ความรักที่เปาโลหนุนใจทิโมธีคือความรักแบบ อากาเป้ (Agape) ซึ่งเป็นความรักที่เสียสละ เป็นความรักแบบพระเจ้าที่มีในพระเจ้าและคนของพระเจ้าเท่านั้น
- ลักษณะความรักอากาเป้: เป็นความรักที่อดทน, มีใจปรานี, ไม่ริษยา, ไม่อวดตัว, ไม่หยิ่งผยอง, ไม่หยาบคาย, ไม่เห็นแก่ตัว, ไม่ฉุนเฉียว, ไม่ช่างจดจำความผิด, และทนได้ทุกอย่าง
- ความรักต่อพระเจ้า: เราต้องรักพระเจ้าด้วยสุดใจ ซึ่งความรักของพระเจ้าจะไหลล้นออกไปถึงผู้อื่นโดยอัตโนมัติ
- ความรักต่อผู้คน: การแสดงความรักอาจไม่จำเป็นต้องทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่คือการมองเห็นคุณค่าของคนที่ถูกมองข้าม, การฟังคนที่ไม่มีใครอยากฟัง, หรือการให้ อภัย คนที่ทำให้เราบาดเจ็บ
- ความรักต่อศัตรู: พระเยซูสอนให้รักศัตรูและอธิษฐานเพื่อคนที่ข่มเหง ความรักในพระคัมภีร์หมายถึงการเลือกที่จะไม่เกลียด แม้จะมีเหตุผลที่จะเกลียดก็ตาม
4. แบบอย่างในความเชื่อ
ความเชื่อที่เราต้องเป็นแบบอย่างคือ ความเชื่อในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งรวมถึงการคิดบวก การมองเห็นความสำเร็จตามน้ำพระทัยของพระเจ้า และความเชื่อสำหรับการรับใช้
- เชื่อว่าพระเจ้าอยู่ด้วย: เชื่อว่าพระเจ้าทรงอยู่ด้วยในทุกสถานการณ์ ทำให้เราสามารถสู้ ยืนหยัด และทำสิ่งต่าง ๆ ได้
- เชื่อว่าพระเจ้านำทาง: แม้เรายังไม่เห็นปลายทาง (สุภาษิต 3:5-6)
- เชื่อว่าการเชื่อฟังนำมาซึ่งพระพร: แม้จะต้องมีการเสียสละ การกระทำของเราที่แสดงออกด้วยความเชื่อ ควรเป็นเหตุให้คนอื่นอยากเชื่อพระเจ้าเหมือนที่เราเชื่อ
5. แบบอย่างในความบริสุทธิ์
ความบริสุทธิ์เป็นคุณสมบัติที่สำคัญของผู้รับใช้ของพระเจ้า คำนี้หมายถึงความสะอาดทั้งภายในและภายนอก และการมุ่งมั่นที่จะใช้ชีวิตถวายเกียรติแด่พระเจ้า
- ความมุ่งมั่น ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ: ความบริสุทธิ์ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบในอดีต แต่คือการ ตั้งมุ่งมั่น ณ วันนี้และต่อไปที่จะดำเนินชีวิตในทางที่ถูกต้อง พระเจ้าไม่ได้แสวงหาคนที่ไม่เคยล้มเหลว แต่ทรงแสวงหาคนที่ล้มแล้วลุกขึ้นและปรารถนาจะอยู่ในความบริสุทธิ์ของพระองค์
- เริ่มต้นจากภายใน: ความบริสุทธิ์แท้เริ่มต้นที่จิตใจ ไม่ใช่ภาพลักษณ์ภายนอก เราต้องชำระด้านในของถ้วยก่อน แล้วด้านนอกก็จะสะอาดด้วย
- ความบริสุทธิ์ในร่างกายและความคิด: เราต้องใช้ร่างกายของเราในทางที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า และต้องคิดในสิ่งที่เป็นจริง, ดี, ชอบธรรม, และบริสุทธิ์
- การยกโทษและการให้อภัย: ชีวิตที่ขมขื่น ความขุ่นเคืองใจ และความโกรธ จะเป็นอุปสรรคขัดขวางการเป็นแบบอย่างที่ดี
สรุปและแนวทางการดำเนินชีวิต
เราถูกเรียกให้เป็นแบบอย่างในทางที่ถูกต้อง โดยต้องตั้งหลักว่าชีวิตของเราจะเป็นแบบอย่างที่ดี การจะเป็นแบบอย่างที่ดีในด้านวาจา, การประพฤติ, ความรัก, ความเชื่อ, และความบริสุทธิ์นี้ ไม่สามารถทำได้ด้วยกำลังของเราเอง แต่เราต้องพึ่งพาพระวิญญาณของพระเจ้าที่จะเปลี่ยนเราจากภายในให้เป็นคนตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
การที่เราเป็นแบบอย่างที่ดีนั้นเปรียบเสมือนการเป็น แผนที่นำทาง ให้ผู้อื่นเห็นเส้นทางที่ถูกต้อง การสอนอาจบอกทิศทาง แต่ชีวิตที่เป็นแบบอย่างจะแสดงให้เห็นว่าเส้นทางนั้นสามารถเดินตามได้อย่างแท้จริง แม้ว่าจะมีอุปสรรคก็ตาม.
ความเชื่อ
“ความเชื่อ” เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการทำความเข้าใจการดำเนินชีวิตในฐานะผู้เชื่อ เพราะ ความเชื่อ ถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในห้าประการที่ผู้เชื่อจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดี
ผู้เทศนาได้จำแนกลักษณะของความเชื่อที่ผู้เชื่อมีออกเป็น 2 ลักษณะที่สำคัญ ดังนี้ครับ:
1. ความเชื่อในข่าวประเสริฐ (Faith in the Gospel)
ความเชื่อลักษณะแรกนี้คือความเชื่อที่ นำเราไปสู่ความรอด
- หมายถึงการที่เราเชื่อว่าพระเยซูคือพระบุตรของพระเจ้าที่เสด็จมาในโลกนี้
- พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อช่วยเราให้พ้นจากความผิดบาป
- เมื่อเราต้อนรับพระเยซูเข้ามาในชีวิต เราก็ได้เป็นลูกของพระเจ้าและได้รับ ชีวิตนิรันดร์
- ความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่เราจะต้องยึดถือและรักษาไว้
2. ความเชื่อในการดำเนินชีวิตประจำวัน (Faith in Daily Conduct)
ความเชื่อลักษณะที่สองนี้คือความเชื่อที่ผู้เชื่อต้องแสดงออกในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นแบบอย่างที่อาจารย์เปาโลหนุนใจให้ทิโมธีเป็นแบบอย่างแก่ผู้อื่น
ความเชื่อในการดำเนินชีวิตนี้ครอบคลุมหลายด้าน:
- การคิดเชิงบวก: เป็นความเชื่อที่ทำให้เราคิดบวกอยู่เสมอ
- การมองเห็นความสำเร็จ: เป็นความเชื่อที่ทำให้เรามองเห็นว่าชีวิตของเราจะมีความสำเร็จ มีความสุข และดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
- ความเชื่อสำหรับการรับใช้: เป็นความเชื่อสำหรับงานรับใช้และสำหรับทุก ๆ ด้านในชีวิตของเรา
องค์ประกอบของความเชื่อในชีวิตประจำวัน
ในการเป็นแบบอย่างในความเชื่อนั้น หมายถึงการดำเนินชีวิตที่แสดงออกถึงความเชื่อในหลักการต่าง ๆ ของพระเจ้า:
- เชื่อว่าพระเจ้าทรงอยู่ด้วย: เชื่อว่าพระเจ้าทรงอยู่กับเราในทุก ๆ สถานการณ์ พระองค์ตรัสว่า “เราจะไม่ทอดทิ้งท่านเลย” ความเชื่อนี้ทำให้เราสามารถ สู้ ยืนหยัด และทำสิ่งต่าง ๆ ได้
- เชื่อว่าพระเจ้านำทาง: เชื่อว่าพระเจ้าทรงนำทางเรา แม้ว่าเรายังไม่เห็นปลายทางที่ชัดเจน พระคัมภีร์หนุนใจให้เราวางใจในพระยาห์เวห์ด้วยสุดใจ และอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตนเอง แต่ให้ยอมรับรู้พระองค์ในทุกทาง แล้วพระองค์จะทรงทำให้วิถีของเราราบรื่น
- เชื่อว่าการเชื่อฟังนำมาซึ่งพระพร: เชื่อว่าการเชื่อฟังพระคำของพระเจ้านั้นนำมาซึ่งพระพร แม้ว่าจะต้องมีการเสียสละก็ตาม
ความเชื่อที่เราต้องแสดงออกนี้ไม่ใช่เพียงแค่การพูดว่าเรามีความเชื่อเท่านั้น แต่คือการใช้ชีวิตเป็นแบบอย่างในความเชื่อที่เรายึดถือ
ผลลัพธ์ของการเป็นแบบอย่างในความเชื่อ
แบบอย่างในความเชื่อที่ดีของเรานั้น ควรเป็นเหตุให้ผู้อื่นอยากเชื่อพระเจ้าเหมือนกับที่เราเชื่อ
การที่เราดำเนินชีวิตด้วยความเชื่ออย่างสม่ำเสมอนั้น เปรียบเสมือนการเป็น ประภาคาร ที่ไม่เพียงแต่ส่องสว่างบอกทิศทาง (คำสอน) แต่ยังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าแม้คลื่นลมชีวิตจะแรงแค่ไหน เรือก็ยังสามารถเดินทางต่อไปได้เพราะมีความมั่นคงจากหลักการของพระเจ้า (ความเชื่อในการดำเนินชีวิต).
ความรัก
“ความรัก” ในบริบทของการเป็นแบบอย่างชีวิตครับ เพราะใน 1 ทิโมธี บทที่ 4 ข้อที่ 12 นั้น อาจารย์เปาโลได้หนุนใจทิโมธีให้เป็นแบบอย่างแก่ผู้เชื่อใน 5 ด้าน และ ความรัก ก็เป็นหนึ่งในนั้น
ผู้เทศนาได้เน้นย้ำว่า ความรักที่ผู้เชื่อต้องเป็นแบบอย่างคือความรักที่มีลักษณะพิเศษ ซึ่งไม่ใช่ความรักทั่วไป
1. ความแตกต่างของคำว่า “รัก” (ในภาษากรีก)
ในภาษาไทย เราใช้คำว่า “รัก” เพียงคำเดียว แต่ในภาษาเดิม (ภาษากรีก) ของพระคัมภีร์ ความรักมี 4 ลักษณะ:
- เอลอส (Eros): ความรักที่หนุ่มสาวรักกัน
- ฟิเลีย (Philia): ความรักแบบเพื่อนฝูง หากมีเพียงความรักแบบ Philia อาจทำให้เลิกรักกันได้หากมีเรื่องผิดใจ
- สตอเก้ (Storge): ความรักที่พ่อแม่รักลูก หรือความรักแบบครอบครัว
2. ความรักแบบอย่างที่ต้องแสดงออกคือ อากาเป้
ความรักที่อาจารย์เปาโลหนุนใจให้ทิโมธีเป็นแบบอย่างคือ อากาเป้ (Agape) ซึ่งเป็นความรักที่พิเศษและสำคัญที่สุด
ลักษณะของความรักแบบอากาเป้
ความรักแบบอากาเป้คือ ความรักที่เสียสละ เป็นความรักที่มีในพระเจ้าและคนของพระเจ้าเท่านั้น
ความรักแบบ Agape มีลักษณะที่ชัดเจนมาก (อ้างอิงจาก 1 ทิโมธี บทที่ 13 ข้อที่ 4 ถึง ข้อที่ 7):
- อดทนนานและมีใจปรานี
- ไม่ริษยา ไม่โอ้อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง
- ไม่หยาบคาย ไม่เห็นแก่ตัว
- ไม่ฉุนเฉียว และ ไม่ช่างจดจำความผิด (keeps no record of wrongs)
- ไม่ชื่นชมยินดีในความอธรรม แต่ชื่นชมยินดีในความจริง
- ความรักทนได้ทุกอย่าง เชื่ออยู่เสมอ มีความหวัง และความทรหดอดทนอยู่เสมอ
อาจารย์เปาโลเน้นว่า ทิโมธีจะต้องมีความรักแบบ Agape นี้ใน ทุกสิ่ง ที่เขาทำ และการที่เรามีความรักแบบ Agape เข้าไปเติมเต็มความรักรูปแบบอื่น ๆ (เช่น Eros หรือ Philia) จะทำให้ความสัมพันธ์นั้นดียิ่งขึ้น
3. แบบอย่างในความรักต่อบุคคลต่าง ๆ
ทิโมธีจะต้องเป็นแบบอย่างในความรักต่อบุคคลสามกลุ่ม ดังนี้:
1. ความรักต่อพระเจ้า เราต้องรักพระเจ้าด้วย สุดใจ เมื่อเรามีความรักต่อพระเจ้าอย่างแท้จริงแล้ว ความรักของพระเจ้าจะ ไหลล้นออกไปถึงผู้อื่นโดยอัตโนมัติ
2. ความรักต่อผู้คน การเป็นแบบอย่างในความรักต่อผู้อื่นบางครั้งไม่จำเป็นต้องทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นการแสดงออกในลักษณะเหล่านี้:
- การมองเห็นคุณค่าของคนที่ถูกมองข้าม
- การฟังคน ที่ไม่มีใครอยากฟัง
- การให้ อภัย คนที่ทำให้เราบาดเจ็บ
3. ความรักต่อศัตรู พระเยซูสอนให้เรา รักศัตรู ของเรา และ อธิษฐานเพื่อบรรดาคนที่ข่มเหงเรา ความรักในความหมายของพระคัมภีร์ไม่ได้หมายถึงการยอม แต่เป็นการ เลือกที่จะไม่เกลียด ทั้ง ๆ ที่มีเหตุผลที่จะเกลียดก็ตาม
โดยสรุปแล้ว การเป็นแบบอย่างในความรักคือการดำเนินชีวิตที่แสดงออกถึงความรักแบบ Agape ซึ่งเป็นการรักที่เสียสละ อดทน และพร้อมที่จะให้อภัย ทั้งต่อพระเจ้า ผู้คน และแม้กระทั่งศัตรูครับ.
ความบริสุทธิ์
“ความบริสุทธิ์” นี่คือคุณสมบัติที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ดำเนินชีวิตตามทางของพระเจ้าและต้องการเป็นแบบอย่างที่ดี ความบริสุทธิ์นี้เป็นหนึ่งในห้าด้านที่ทิโมธี (และผู้เชื่อ) ต้องเป็นแบบอย่างแก่คนทั้งปวง นอกเหนือจากด้านวาจา, การประพฤติ, ความรัก, และความเชื่อ
นี่คือรายละเอียดเกี่ยวกับความบริสุทธิ์
1. ความหมายและความสำคัญของความบริสุทธิ์
ในยุคปัจจุบันที่สังคมมักยกย่องความสำเร็จทางภายนอกมากกว่าความสัตย์ซื่อภายใน ความบริสุทธิ์เป็นคุณสมบัติที่สำคัญของผู้รับใช้ของพระเจ้า
- ความหมายตามภาษาเดิม: คำว่า “ความบริสุทธิ์” ในภาษากรีก หมายถึงความสะอาดทั้งภายในและภายนอก
- การมุ่งมั่นถวายเกียรติแด่พระเจ้า: ความบริสุทธิ์ไม่ได้หมายถึงแค่ความบริสุทธิ์ในด้านศีลธรรมเท่านั้น แต่หมายถึง การที่เรามุ่งมั่นที่จะใช้ชีวิตของเราในทางที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า
- การตั้งมั่นในปัจจุบัน: ความบริสุทธิ์ไม่ใช่เรื่องของอดีต แต่หมายถึงการตั้งมั่นในวันนี้และต่อ ๆ ไป เพื่อดำเนินชีวิตให้ถูกต้องในทางของพระเจ้า
2. ความบริสุทธิ์ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ แต่คือความมุ่งมั่น
สิ่งสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจเรื่องความบริสุทธิ์คือการแยกแยะระหว่างความมุ่งมั่นและความสมบูรณ์แบบ:
- ความบริสุทธิ์คือความมุ่งมั่น: ความบริสุทธิ์ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ (perfection) แต่คือความมุ่งมั่น
- พระเจ้าทรงแสวงหาผู้ที่กลับใจ: บางคนอาจคิดว่าตนเองต้องบริสุทธิ์ผุดผ่องจึงจะสามารถรับใช้พระเจ้าและเป็นแบบอย่างที่ดีได้ แต่พระเจ้าไม่ได้แสวงหาคนที่สมบูรณ์แบบหรือคนที่ไม่เคยล้ม แต่พระองค์ทรงแสวงหาคนที่เมื่อล้มแล้วลุกขึ้นและมีความปรารถนาที่จะอยู่ในความบริสุทธิ์ของพระเจ้าเพื่อรับใช้พระองค์
- อย่าให้ความล้มเหลวกักขัง: เราไม่ควรให้ความล้มเหลวหรือความผิดพลาดในอดีตมาคุมขังชีวิตของเรา จนทำให้เราไม่กล้าที่จะยืนขึ้นและเป็นแบบอย่างให้กับผู้อื่น ตัวอย่างเช่น กษัตริย์ดาวิดเคยล้มเหลวแต่กลับใจและแสวงหาพระเจ้า ชีวิตของท่านก็สามารถกลับมาเป็นพระพรได้ หรืออาจารย์เปาโลเคยข่มเหงคริสตจักร แต่ก็กลับมาเป็นผู้รับใช้ที่สัตย์ซื่อ
3. ต้นกำเนิดและลักษณะของความบริสุทธิ์
ความบริสุทธิ์ที่แท้จริงจะต้องเริ่มต้นจากภายในสู่ภายนอก:
-
เริ่มต้นที่จิตใจ: ความบริสุทธิ์แท้เริ่มต้นที่จิตใจ ไม่ใช่ภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูดี พระเยซูตรัสว่าให้เราชำระด้านในถ้วยก่อน แล้วด้านนอกก็จะสะอาดด้วย พระเจ้าทรงทอดพระเนตรที่จิตใจ ซึ่งสำคัญกว่าภายนอก
-
ความบริสุทธิ์ในด้านต่าง ๆ:
- ด้านร่างกาย: เราควรใช้ร่างกายของเราในทางที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า และเตรียมพร้อมสำหรับการสมรสอย่างบริสุทธิ์ ปราศจากการล่วงประเวณี
- ด้านความคิด: เราได้รับการเตือนให้คิดในสิ่งที่จริง สิ่งที่ดี สิ่งที่ชอบธรรม และสิ่งที่บริสุทธิ์
-
การให้อภัยและการยกโทษ: ชีวิตที่ขมขื่น ความขุ่นเคืองใจ และความโกรธแค้น เป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการมีชีวิตที่เป็นพระพรและการเป็นแบบอย่างที่ดี นอกจากนี้ยังเป็นอุปสรรคในการที่พระพรของพระเจ้าจะไหลผ่านชีวิตของเราด้วย
หากเราปรารถนาที่จะเป็นแบบอย่างในความบริสุทธิ์และต้องการให้พระพรของพระเจ้าไหลผ่านชีวิตของเรา เราต้องพึ่งพาพระวิญญาณของพระเจ้าที่จะเปลี่ยนเราจากภายในให้เป็นคนเช่นนี้ตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
การประพฤติ
การประพฤติ (Conduct) นั้นมีความสำคัญมาก เพราะนี่คือด้านที่สองจากห้าด้านที่ผู้เชื่อต้องเป็นแบบอย่างที่ดีต่อคนทั้งปวง ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามคำกำชับที่อาจารย์เปาโลมีต่อทิโมธี
ต่อไปนี้คือรายละเอียดเกี่ยวกับการประพฤติในฐานะแบบอย่างที่ดี
1. ความหมายและอำนาจของการประพฤติ
การประพฤติมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่าแค่การกระทำฉาบฉวย และมีพลังในการสื่อสารที่เข้มแข็งกว่าคำพูด
- คำจำกัดความ: การประพฤติ หมายถึงการดำเนินชีวิต หรือแบบชีวิต หรือพฤติกรรมที่แสดงออกให้เห็น ซึ่งรวมถึงทัศนคติและแรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังการกระทำนั้นด้วย
- การยืนยันคำพูด: แม้ว่าคำพูดจะเป็นถ้อยคำที่สามารถได้ยิน แต่ก็มองไม่เห็น แต่ พฤติกรรมเป็นสิ่งที่คนอื่นจะมองเห็นและเป็นสิ่งที่จะยืนยันว่าสิ่งที่บุคคลนั้นพูดนั้นเป็นความจริง
- ความสำคัญในยุคปัจจุบัน: ในยุคที่ผู้คนพูดเยอะ “ขายฝัน” เยอะ แต่มีการลงมือทำจริงน้อยลง ดังนั้น การประพฤติจึงเป็นสิ่งที่พูดแทนตัวเราได้ดังที่สุด
2. การประพฤติในฐานะแบบอย่างที่ดี (3 ประการหลัก)
ทิโมธีและผู้เชื่อทุกคนถูกหนุนใจให้เป็นแบบอย่างของการประพฤติในหลายด้าน โดยเฉพาะใน 3 ลักษณะสำคัญดังนี้:
ก. การประพฤติที่สะท้อนถึงพระเยซู
การดำเนินชีวิตของเราต้องเป็นภาพสะท้อนของพระเจ้าให้ผู้อื่นได้เห็น
- ชีวิตประจำวันคือการประกาศ: เราควรให้คนได้เห็นพระเยซูผ่านชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นการกิน, การนอน, การเที่ยว, การพักผ่อน, การสังสรรค์, การทำงาน, หรือการเกี่ยวข้องกับทุกสิ่งทุกอย่าง
- การเป็นคริสเตียนรายวัน: การเป็นคริสเตียนไม่ใช่เฉพาะวันอาทิตย์ แต่คือการดำเนินชีวิตที่สะท้อนพระเยซูคริสต์ในทุก ๆ วัน
- ผลของการประพฤติดี: เราต้อง รักษาความประพฤติอันดี ของเราไว้ในหมู่คนต่างชาติ เพื่อว่าเมื่อพวกเขาใส่ร้ายเราว่าประพฤติชั่ว พวกเขาจะเห็นคุณงามความดีของเรา และ สรรเสริญพระเจ้า
- คุณค่าของการเป็นแบบอย่าง: การเป็นตัวอย่างที่ดีมีค่ามากยิ่งกว่าคำสอน เพราะคำสอนสร้างความเข้าใจ แต่การเป็นแบบอย่างที่ดีจะสร้าง ความเชื่อมั่นและแรงบันดาลใจ
ข. ความประพฤติที่สัตย์ซื่อ
ความสัตย์ซื่อเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนเชื่อถือเราอย่างแท้จริง
- ความต้องการของโลก: สิ่งหนึ่งที่โลกต้องการและมองหาจากเรา คือชีวิตที่มี ความจริงใจและความสัตย์ซื่อ
- ความไว้วางใจ: แม้ว่าผู้คนอาจยกย่องเราเพราะความสามารถหรือการมีหน้ามีตาในสังคม แต่พวกเขาจะ เชื่อเราเพราะความสัตย์ซื่อ
ค. ความประพฤติที่ถ่อมใจ
ความถ่อมใจคือลักษณะสำคัญของผู้นำและผู้ที่เป็นแบบอย่างที่แท้จริง
- แบบอย่างของพระเยซู: เราอยู่ในโลกที่ผู้คนชอบยกตัวและอวดตัว แต่สิ่งที่พระเยซูสอนคือคนที่ต้องการเป็นใหญ่ จะต้องเป็นผู้รับใช้คนอื่น
- ความหมายที่แท้จริง: ความถ่อมใจ ไม่ใช่การดูถูกตัวเอง แต่คือการที่เรา รู้คุณค่าของตัวเอง โดยที่เราไม่จำเป็นต้องกดคนอื่นให้ต่ำลง ผู้นำที่แท้จริงและผู้ที่เป็นแบบอย่างที่แท้จริงจะต้องมีความถ่อมใจ
ความประพฤติจึงเป็นเหมือน “หางเสือ” เล็ก ๆ ที่สามารถบังคับทิศทางของ “เรือ” ลำใหญ่ได้ หากเราสามารถบังคับการประพฤติของเราให้อยู่ในทางที่ถูกต้องได้ ชีวิตของเราก็จะถูกบังคับไปในทิศทางที่ควรจะเป็นด้วยเช่นกันครับ
ชีวิตที่เป็นแบบอย่าง
1) ในทางวาจา คำพูด
2) ในทางประพฤติ การกระทำ
3) ในทางความรัก
4) ในทางความเชื่อ
5) ในความบริสุทธิ์
