Curriculum
Course: 2025-12-21 : “ทรงเป็นความหวังใจ”
Login
Video lesson

หัวข้อ : “ทรงเป็นความหวังใจ”

แม้มนุษย์และสถานการณ์ในโลกจะทำให้ผิดหวัง แต่ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นความหวังที่เชื่อถือได้เสมอ เพราะพระองค์ทรงสำแดงพระสิริที่ครบถ้วนและทรงสถิตอยู่ท่ามกลางมนุษย์ในฐานะ “อิมมานูเอล” ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระคุณที่ซ้อนทับพระคุณซึ่งไม่มีวันหมดสิ้นไปจากชีวิตของผู้เชื่อ และคริสเตียนดำเนินชีวิตด้วยการสำแดงลักษณะนิสัยแบบพระคริสต์และรักษาเกียรติของพระเจ้าเหนือความต้องการของตนเอง เพื่อให้ชีวิตที่เป็นรูปแบบใหม่นี้เป็นประจักษ์พยานถึงความรักและความจริงของพระองค์สืบไปในทุกย่างก้าวของชีวิต

  พระเยซูคือความหวัง  

พระเยซูคริสต์คือความหวัง ทำไมพระเยซูจึงทรงเป็น “ความหวังใจที่เชื่อได้” เพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ:

1. ความหวังที่แตกต่างจากความหวังของโลก

ในชีวิตมนุษย์ เรามักจะฝากความหวังไว้กับสิ่งต่าง ๆ เช่น พรรคการเมือง รัฐบาล นักวิชาการ พ่อแม่ หรือแม้กระทั่งลูก ๆ แต่บ่อยครั้งความหวังเหล่านั้นก็ทำให้เราผิดหวัง โลกนี้อาจทำให้เราผิดหวังซ้ำ ๆ และบางครั้งสิ่งที่เราทุ่มเทไปอาจได้รับกลับมาเพียงความว่างเปล่า แต่พระเยซูคริสต์ทรงเป็น ความหวังใจที่เชื่อได้เสมอ เพราะในพระองค์ไม่มีส่วนใดเลยที่เราจะไว้ใจไม่ได้

2. เหตุผลที่พระเยซูคริสต์ทรงเป็นความหวังที่เชื่อใจได้

สาเหตุสำคัญ 3 ประการที่ทำให้พระเยซูทรงเป็นความหวังที่แท้จริง:

  • ทรงสำแดงพระสิริของพระเจ้าอย่างครบถ้วน: พระเยซูทรงเป็น “พระวาทะ” (Logos) หรือพระเจ้าที่ทรงรับสภาพมนุษย์มาอยู่ท่ามกลางเรา แม้พระองค์จะรับสภาพมนุษย์ แต่ความเป็นพระเจ้าของพระองค์ไม่ได้ลดน้อยลงเลย พระองค์ทรงเป็น “อิมมานูเอล” ซึ่งหมายถึงพระเจ้าที่สถิตอยู่กับเรา
  • ทรงสำแดงพระคุณที่บริบูรณ์: ความหวังในพระเยซูมาพร้อมกับ “พระคุณซ้อนพระคุณ” (Grace upon grace) ซึ่งหมายถึงพระคุณที่ไหลเข้ามาในชีวิตเราอย่างต่อเนื่องเหมือนคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งไม่มีวันหมดสิ้น สิ่งนี้แตกต่างจาก “พระบัญญัติ” ที่มนุษย์ต้องพยายามปฏิบัติและจ่ายราคาด้วยตัวเอง แต่ทางของพระเยซูนั้นทรงจ่ายราคาแทนเราเพียงครั้งเดียวก็พอ
  • ทรงสำแดงพระเจ้าอย่างชัดแจ้งที่สุด: มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นพระเจ้าด้วยตาได้ แต่พระเยซูทรงเป็นผู้เดียวที่อธิบายและสำแดงพระลักษณะของพระเจ้าพระบิดาให้เราเห็นได้อย่างชัดเจน

3. ความสำคัญของการมีพระองค์ในชีวิต

การที่พระเยซูบังเกิดในโลก (เช่น ในรางหญ้าที่เบธเลเฮม) จะกลายเป็น “ความจริงที่แสนเศร้า” ทันที หากพระองค์ไม่ได้บังเกิดและมีชีวิตอยู่ในตัวเรา :

  • หากไม่มีพระองค์อยู่กับเรา เราจะไม่มีอานุภาพมากพอที่จะรับมือกับความบามหรือรักษาความบริสุทธิ์ได้
  • พระองค์ทรงเป็นแหล่งพลังงานและเป็นศูนย์รวมแห่งความโปรดปราน เปรียบเสมือน “สัญญาณมือถือ” ที่หากเราอยู่ในมุมอับและไม่มีพระบุตรของพระเจ้า เราก็จะไม่สามารถรับคลื่นพระคุณของพระเจ้าได้

4. การตอบสนองต่อความหวัง

เมื่อเรามีความหวังใจในพระเยซูแล้ว ให้เรานำความหวังนี้ไปปฏิบัติในชีวิตจริง:

  • เลือกสำแดงชีวิตแบบพระคริสต์: แทนที่จะสำแดงตัวตนหรืออิทธิฤทธิ์ของตัวเอง เราควรเลือกสำแดงอุปนิสัยและน้ำใสใจจริงที่เหมือนพระเยซู เพื่อให้คนอื่นเห็นการสถิตอยู่ของพระเจ้าผ่านชีวิตเรา
  • ส่งต่อความหวัง: ดังเช่นที่แอนดูนำความจริงนี้ไปบอกพี่ชาย เราควรใช้โอกาส (เช่น วันคริสต์มาส) ในการเชิญชวนผู้อื่นให้มารับความหวังที่เชื่อใจได้นี้ เพราะพระองค์ทรงเป็นทางรอดและเป็นคำตอบสำหรับชีวิต

พระคุณของพระเยซูคริสต์เปรียบเสมือนคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า แม้ในวันที่เรามองไม่เห็นหรือรู้สึกว่าพระคุณยังมาไม่ถึง แต่ความหวังในพระองค์ยืนยันว่า “พรุ่งนี้มันจะมา” และพระคุณนั้นมีมากพอสำหรับทุกคนโดยไม่ต้องอิจฉากัน เพราะเป็นแหล่งความหวังที่ไม่มีวันเหือดหาย

 

This website uses cookies and asks your personal data to enhance your browsing experience. We are committed to protecting your privacy and ensuring your data is handled in compliance with the General Data Protection Regulation (GDPR).