Curriculum
Course: 2025-12-07 : “ประกาศพระคริสต์ ญาติมิตรสั...
Login
Video lesson

หัวข้อ “ประกาศพระคริสต์ ญาติมิตรสัมพันธ์”

เป้าหมายของคริสตจักรในปีนั้นคือการ ก้าวหน้าอย่างสมดุล และมีชีวิตที่เป็นที่ชื่นชอบแก่คนทั้งปวง ซึ่งหมายถึงการเป็นพรและนำผู้คนมากมายให้มารู้จักพระเจ้า หัวข้อหลักของเทศนานี้คือการสำรวจชีวิตของอัครทูตอันดรูว์ ซึ่งเป็นตัวอย่างของ คนธรรมดา ที่ไม่ได้มีชื่อเสียงหรือความสามารถพิเศษ แต่สามารถนำการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่มาสู่สังคมได้ ผ่านโครงการที่เรียกว่า การประกาศแบบง่าย ๆ สไตล์อันดรูว์ โดยผู้เทศน์ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของอันดรูว์ในการนำคนสามกลุ่มหลักมาหาพระเยซู ได้แก่ ครอบครัว โดยเริ่มจากซีโมนเปโตร พี่ชายของเขา คนต่างวัย ดังที่เห็นจากการนำเด็กชายคนหนึ่งมาพร้อมกับอาหารเล็กน้อย และ คนต่างเผ่าพันธุ์ เช่น กลุ่มชาวกรีกที่ต้องการพบพระเยซู และปิดท้ายด้วยการเชื้อเชิญให้ผู้ฟังลงมือปฏิบัติผ่านสี่ขั้นตอนคือ อธิษฐาน เผื่อและอธิษฐานกับผู้คน แคร์ หรือห่วงใยพวกเขา แชร์ เรื่องราวของพระเจ้า และ ชวน พวกเขาให้มายังคริสตจักร โดยเฉพาะงานคริสต์มาส

  การประกาศข่าวประเสริฐ  

การประกาศข่าวประเสริฐ (Evangelism) เป็นภารกิจสำคัญที่ผู้เชื่อทุกคนถูกเรียกให้มีส่วนร่วม เพื่อนำผู้คนให้มารู้จักกับพระเจ้า โดยมีเป้าหมายหลักคือการให้ ชีวิตของตนเองเป็นพร และเป็นที่ชื่นชอบแก่คนทั้งปวง,

การประกาศข่าวประเสริฐในรูปแบบที่เรียบง่าย โดยมีแบบอย่างของ อัครทูตอันดรูว์ และมีขั้นตอนปฏิบัติที่ชัดเจน

1. เป้าหมายและแรงขับเคลื่อนของการประกาศ

การประกาศข่าวประเสริฐไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมของคริสตจักร แต่เป็นการสำแดงพระพรในชีวิตของผู้เชื่อ:

  • นำคนมาหาพระเจ้า: เป้าหมายสูงสุดคือการ นำคนมากมายได้มา รู้จักกับพระเจ้า,
  • ภาระใจเพื่อผู้หลงหาย: ผู้เชื่อควรมีภาระใจและ ห่วงใยคน ที่ หลง หาย และต้องมองเห็นคนอีกมากมายที่กำลังจะพินาศหรือชีวิตล่มสลาย หากพวกเขาไม่ได้รู้จักกับพระเยซู
  • การสำแดงความจริง: เมื่อผู้เชื่อได้พบความจริงและได้รับพระพรแล้ว เขาจะไม่เก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว แต่ต้องไปบอกเรื่องของพระเยซูให้คนอื่นได้ฟังทันที

2. อันดรูว์: แบบอย่างของการประกาศแบบง่าย ๆ

โครงการรณรงค์ของคริสตจักรถูกเรียกว่า “การประกาศแบบง่าย ๆ สไตล์อันดรูว์” ซึ่งพิสูจน์ว่าคนธรรมดาที่ไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียง ร่ำรวย หรือมีพรสวรรค์พิเศษ ก็สามารถนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่สังคมได้

อันดรูว์ เป็นเพียงชาวประมงธรรมดาที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็ก ๆ และมีอาชีพบำรุง แต่เขาเป็นผู้ที่มีผลกระทบอย่างมหาศาล เขาเป็นคนที่ นำซีโมนเปโตร ผู้ซึ่งต่อมาได้เทศนาจนมีคนเชื่อ 3,000 คน และส่งผลกระทบไปทั่วโลก สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าไม่มีอันดรูว์

อันดรูว์เป็นแบบอย่างในการประกาศข่าวประเสริฐกับคนสามกลุ่มหลัก:

  1. คนในครอบครัว (Family): อันดรูว์ไปหา ซีโมน พี่ชาย ของตนก่อน และบอกว่า “เราพบพระเมสซียาแล้ว”, สิ่งนี้แสดงว่าผู้เชื่อไม่ควรลืม ครอบครัว ของตน เราทุกคนต่างมี อิทธิพลในทางบวก กับคนในครอบครัว และพร้อมที่จะรับฟังเราอยู่แล้ว แม้การประกาศกับคนในบ้านจะไม่ใช่เรื่องง่าย,
  2. คนต่างวัย (Different Ages): อันดรูว์มองเห็นโอกาสในขณะที่คนอื่นกำลังงุนงงว่าจะทำอย่างไร เขาไปคุยกับ เด็กชายคนหนึ่ง และนำขนมปังบาเล่ 5 ก้อนกับปลา 2 ตัว มามอบให้พระเยซู สิ่งนี้สอนว่าเราสามารถ นำคนทุกเพศทุกวัย มาถึงความรอดได้
  3. คนต่างเผ่าพันธุ์ (Different Nationalities): อันดรูว์ได้นำ พวกกรีก (คนต่างชาติที่พูดคนละภาษา) มาหาพระเยซู โดยทำงานร่วมกับฟิลิป สิ่งนี้แสดงถึง หัวใจที่อยากจะพาคนมาหาพระเจ้าเสมอ

3. ขั้นตอนการประกาศข่าวประเสริฐ (A Simple Strategy)

คริสตจักรได้เสนอขั้นตอน 5 ประการสำหรับการประกาศข่าวประเสริฐ ซึ่งต้องทำด้วยหัวใจที่อยากจะช่วยคนอื่น โดยการทำงานนี้จะเป็นหน้าที่ของ พระวิญญาณของพระเจ้า ที่จะทำงานในใจของคนเหล่านั้น,:

  1. อธิษฐาน (Pray): นี่คือหน้าที่ของคริสเตียน เพราะ พระเจ้า ทรงเป็นผู้ที่ เปิดใจ คนให้สนใจในถ้อยคำ, การอธิษฐานมีสองรูปแบบ:
    • อธิษฐานเผื่อ: อธิษฐานขอให้พระเจ้าเปิดใจและให้พวกเขาหิวกระหายหาพระเจ้า,
    • อธิษฐานกับเขา: อธิษฐานวางมือขอพรโดยตรงกับคนที่กำลังเผชิญกับความเครียด ความเจ็บป่วย หรือปัญหาการเงิน,
  2. แคร์ (Care): หมายถึงการ ห่วงใยเขา ความรักเท่านั้น ที่สามารถทำให้จิตใจที่แข็งกระด้างอ่อนลงได้ เราต้องหาโอกาส สร้างความสัมพันธ์ และ ทำความดี เพื่อเป็นตัวแทนของพระเจ้าในการช่วยเขาในปัญหาต่าง ๆ,
  3. แชร์ (Share): หมายถึงการ แบ่งปันเรื่องของพระเยซู และ ข่าวประเสริฐ ให้เขาฟัง เพราะ ความเชื่อเกิดขึ้นเพราะการได้ยิน
  4. ชวน (Invite): ชวนเขามาอยู่ ในครอบครัวของพระเจ้า เช่น ชวนมาโบสถ์, ชวนไปกลุ่มเซลล์, หรือชวนมาร่วม งานคริสต์มาส (วันที่ 24 ธันวาคม) เพื่อให้เขาได้มีโอกาสฟังเรื่องราวของพระเจ้า
  5. ติดตาม (Follow-up): เมื่อเขาแสดงความสนใจหรือเชื่อแล้ว เราจะไม่ ปล่อยเขาให้แคะแกนและไม่เติบโต แต่เราจะ ติดตามผล ดูแล และเป็นพี่เลี้ยงในการนำเขาให้อยู่ในทางของพระเจ้าตลอดไป,

การประกาศข่าวประเสริฐเปรียบเสมือน ศิลปะคึนซิง (Kintsugi) ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการซ่อมแซมถ้วยชามที่แตกหักด้วยการใช้ยางไม้ผสม ทองคำ ยาลงไปในรอยแตก ชีวิตของคนในโลกนี้จำนวนมากก็เปรียบเสมือนถ้วยชามที่แตกนี้ ที่กำลังแตกสลายในครอบครัว ความสัมพันธ์ หรือธุรกิจ หน้าที่ของเราคือการนำคนเหล่านั้นมาถึงพระเจ้า และ พระเจ้าจะทรงเป็นคนเยียวยาชีวิตของเขา ทำให้เขามีคุณค่าและสวยงามกว่าเดิม

  ชีวิตของอันดรูว์  

การอภิปรายเรื่อง ชีวิตของอันดรูว์ (Andrew) เป็นศูนย์กลางของโครงการรณรงค์การประกาศข่าวประเสริฐของคริสตจักรที่เรียกว่า “การประกาศแบบง่าย ๆ สไตล์อันดรูว์” เนื่องจากชีวิตของท่านเป็นแบบอย่างที่แสดงให้เห็นว่า คนธรรมดา สามารถนำการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่มาสู่สังคมและผู้คนรอบข้างได้อย่างไร

1. ข้อมูลพื้นฐานและสถานะของอันดรูว์

อันดรูว์ไม่ได้เป็นคนพิเศษหรือประสบความสำเร็จตามความเข้าใจของโลก แต่เป็นคนธรรมดาที่พระเจ้าทรงใช้:

  • ความเป็นคนธรรมดา: ชื่อ “อันดรูว์” แปลว่า มนุษย์ ซึ่งหมายความว่าเขาเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
  • พื้นเพ: เขาเกิดที่ เมืองเบธไซดา ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ในแคว้นกาลิลี ประเทศปาเลสไตน์
  • อาชีพ: เขาประกอบ อาชีพบำรุง (หาเลี้ยงชีพ) เป็น ชาวประมง ออกเรือหาปลา เช่นเดียวกับซีโมนเปโตร พี่ชายของเขา
  • การปรากฏตัวในพระคัมภีร์: ชื่ออันดรูว์ปรากฏในพระคัมภีร์เพียง 14 ครั้ง และทุกครั้งมักถูกกล่าวถึงในฐานะ น้องชายของซีโมนเปโตร เขาไม่ได้เป็นคนโดดเด่นอะไร
  • ความเชื่อก่อนพบพระเยซู: ก่อนที่อันดรูว์จะมาเป็นสาวกของพระเยซู เขาเป็น ศิษย์ของยอห์นผู้ให้บัพติศมา มาก่อน เขาและยอห์น (ผู้เขียนพระคัมภีร์) มีความเชื่อในพระเจ้าจากการฟังคำสอนของอาจารย์

2. การเป็นสาวกและการรับการสำแดง

อันดรูว์ตัดสินใจติดตามพระเยซูทันทีเมื่อเขาได้รับการยืนยันถึงความจริง:

  • การค้นพบ: อาจารย์ของอันดรูว์ (ยอห์นผู้ให้บัพติศมา) ได้เห็นพระเยซูเสด็จมา และได้กล่าวว่า “จงดูพระเมษโปดกของพระเจ้า” (ลูกแกะไถ่บาป)
  • การติดตามทันที: เมื่อศิษย์ทั้งสอง (รวมถึงอันดรูว์) ได้ยินยอห์นพูดเช่นนั้น พวกเขาก็ ติด ตาม พระ เยซู ไป ทัน ที เพราะพวกเขา รอมานานแล้ว และไม่ชักช้าที่จะตามไปเมื่อเห็นตัวจริง
  • การสัมผัสความจริง: พระเยซูตรัสกับพวกเขาว่า “มา ดู เถิด” อันดรูว์จึงได้ใช้เวลาอยู่กับพระองค์จนเย็นและได้พักอยู่ด้วย การได้อยู่ใกล้ชิดพระเยซู ทำให้อันดรูว์ได้เห็นสิ่งที่พระเยซูทำ, ได้ฟังสิ่งที่พระเยซูพูด, ได้สัมผัสและสังเกตพระองค์ เขาจึง รู้ว่าพระเยซูคือพระเมสซียา (พระคริสต์)

3. แบบอย่างการประกาศข่าวประเสริฐของอันดรูว์

เมื่ออันดรูว์มีความมั่นใจว่าพระเยซูเป็นใคร เขาไม่รีรอที่จะไปบอกคนอื่นทันที เพราะเมื่อเขาได้รับพระพรและพบความจริงแล้ว เขาจะเก็บไว้คนเดียวไม่ได้

อันดรูว์เป็นแบบอย่างในการประกาศข่าวประเสริฐกับคนสามกลุ่มหลัก:

3.1 การนำครอบครัว (Family)

  • คนแรกที่ไปหา: อันดรูว์ไปหา ซีโมน พี่ชายของตนก่อน และบอกว่า “เราพบพระเมสซียาแล้ว”
  • อิทธิพลในทางบวก: การประกาศกับคนในครอบครัวเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่อันดรูว์ใช้ อิทธิพลที่เขาพอจะมีอยู่บ้าง ในการนำพี่ชายของเขามาหาพระเยซู
  • ผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่: การกระทำของอันดรูว์นำไปสู่การที่ซีโมนเปโตรกลายเป็นอัครทูตผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งเคยเทศนาจนมีคนเชื่อถึง 3,000 คน และมีผลกระทบไปทั่วโลกจนมาถึงผู้เชื่อในปัจจุบัน สิ่งนี้ จะไม่เกิดขึ้นถ้าไม่มีคนชื่ออันดรูว์

3.2 การนำคนต่างวัย (Different Ages)

  • เห็นโอกาสท่ามกลางความสับสน: ในเหตุการณ์อัศจรรย์การเลี้ยงคน 5,000 คน ขณะที่สาวกคนอื่น ๆ กำลังงง, นับจำนวนคน, คำนวณค่าใช้จ่าย, และคิดว่า มันไม่มีทางเป็นไปได้, อันดรูว์เห็นโอกาส และมองต่างมุม
  • นำเด็กชาย: อันดรูว์เดินไปสำรวจและคุยกับ เด็กชายคนหนึ่ง และนำ ขนมปังบาเล่ 5 ก้อนกับปลา 2 ตัว มาหาพระเยซู
  • หลักการของความเชื่อ: อันดรูว์ทำในสิ่งที่เขา สามารถทำได้ ด้วยความรัก และรู้ว่าพระเยซูจะทรงกระทำการต่อไป เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็สามารถมาถึงความรอดในพระเจ้าได้

3.3 การนำคนต่างเผ่าพันธุ์ (Different Nationalities)

  • การทำงานข้ามวัฒนธรรม: อันดรูว์เป็นแบบอย่างในการนำ คนต่างเผ่าพันธุ์ (ต่างชาติ ต่างภาษา) มาถึงพระเยซูด้วย
  • ผู้ที่ต้อนรับคนนอก: เมื่อ พวกกรีก (คนต่างชาติ) อยากจะเห็นพระเยซู พวกเขาไปหาฟิลิป และฟิลิปก็ไปบอก อันดรูว์ ก่อนที่ทั้งสองจะไปทูลพระเยซู สิ่งนี้แสดงว่าอันดรูว์เป็นคนที่มี อัธยาศัยไมตรีที่ดี และมีหัวใจที่อยากจะพาคนมาหาพระเจ้าเสมอ

4. สรุปชีวิตที่เป็นพร

ชีวิตของอันดรูว์พิสูจน์ให้เห็นว่า:

  • คนธรรมดา ไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียงหรือร่ำรวย ก็สามารถ นำการเปลี่ยนแปลงมาสู่สังคมที่เขาอยู่ และเป็นพรได้อย่างมหาศาล
  • อันดรูว์ใช้ ทุกโอกาส และ สร้างโอกาส ในการนำคนมาหาพระเยซู ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว, คนต่างวัย, หรือคนต่างเผ่าพันธุ์
  • เขาประกาศแบบง่าย ๆ โดยพูดว่า “เราพบพระเมสซียาแล้ว” และ “มา ดู” (พาไปหา) หลังจากนั้นก็เป็น หน้าที่ของพระเจ้า และพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะทำงานในใจคนเหล่านั้น

  การนำคนมาหาพระเจ้า  

การนำคนมาหาพระเจ้า หรือ การประกาศข่าวประเสริฐ (Evangelism) เป็นพันธกิจหลักที่คริสตจักรและผู้เชื่อทุกคนมุ่งมั่นที่จะทำ โดยมีเป้าหมายคือการให้ ชีวิตของผู้เชื่อเป็นพร และนำคนมากมายได้มา รู้จักกับพระเจ้า

การทำสิ่งนี้ด้วยหัวใจแห่งความห่วงใยและการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย เป็นไปตามรูปแบบที่เรียกว่า “การประกาศแบบง่าย ๆ สไตล์อันดรูว์”

1. แรงจูงใจและเป้าหมาย

การนำคนมาหาพระเจ้ามีรากฐานมาจากความรักและความห่วงใยในชะตากรรมฝ่ายวิญญาณของผู้อื่น:

  • ความห่วงใยผู้หลงหาย: ผู้เชื่อควรมี ภาระใจ และ ห่วงใยคน ที่ หลง หาย รวมถึงมองเห็นคนอีกมากมายที่ชีวิตกำลังจะ พินาศ หรือ ล่ม สลาย หากพวกเขาไม่ได้รู้จักกับพระเยซู
  • การแบ่งปันความจริง: เมื่อผู้เชื่อได้พบกับความจริง ได้รับ สันติสุข และ คำตอบของชีวิต จากพระเจ้าแล้ว เขาจะรู้สึกว่าสิ่งนี้มี คุณค่ามากที่สุด และจะ ไม่เก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว แต่ต้องไปบอกเรื่องของพระเยซูให้คนอื่นได้ฟัง ทัน ที
  • เป็นเครื่องมือของพระเจ้า: การนำคนมาหาพระเจ้าเป็นการมุ่งมั่นที่จะ มอบชีวิตให้เป็นเครื่องมือของพระเจ้า เพื่อนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่สังคม

2. แบบอย่างจากการดำเนินชีวิตของอันดรูว์

ชีวิตของอันดรูว์ (Andrew) ซึ่งเป็นเพียง คนธรรมดา ๆ ดาคนหนึ่ง และมีอาชีพเป็นชาวประมง แสดงให้เห็นว่าการนำคนมาหาพระเจ้าไม่จำเป็นต้องเป็นคนพิเศษ มีชื่อเสียง หรือมีพรสวรรค์พิเศษ แต่เป็นไปได้ผ่านการใช้ชีวิตประจำวัน

อันดรูว์เป็นแบบอย่างในการนำคนมาหาพระเจ้าในสามบริบทสำคัญ:

  1. นำคนในครอบครัว (Family):
    • อันดรูว์ไปหา ซีโมน พี่ชายของตนก่อน และบอกว่า “เราพบพระเมสซียาแล้ว”
    • นี่เป็นแบบอย่างที่สอนว่าเราไม่ควรลืม ครอบครัวของเรา และควรใช้ อิทธิพลในทางบวก หรือ ความเชื่อถือ ที่เรามีในครอบครัว เพื่อนำพวกเขามาสู่พระเจ้า การกระทำนี้ของอันดรูว์นำไปสู่การที่ซีโมนเปโตรกลายเป็นอัครทูตที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเทศนาจนมีคนเชื่อ 3,000 คน
  2. นำคนต่างวัย (Different Ages):
    • ในเหตุการณ์เลี้ยงคน 5,000 คน ขณะที่คนอื่น ๆ กำลัง คำนวณ และคิดว่า มันไม่ มี ทาง เป็น ไป ได้ อันดรูว์ เห็นโอกาส
    • อันดรูว์ได้นำ เด็กชายคนหนึ่ง ที่มี ขนม ปัง บาเล่ 5 ก้อน กับ ปลา 2 ตัว มาหาพระเยซู สิ่งนี้สอนว่าเราสามารถ นำคนทุกเพศทุกวัย มาถึงความรอดในพระเจ้าได้
  3. นำคนต่างเผ่าพันธุ์ (Different Nationalities):
    • อันดรูว์มีส่วนร่วมในการนำ พวกกรีก (คนต่างชาติที่พูดคนละภาษา) มาหาพระเยซู
    • เขาเป็นคนที่มี อัธยาศัยไมตรีที่ ดี และมี หัวใจที่อยากจะพาคนมาหาพระเจ้าเสมอ

3. ขั้นตอนการนำคนมาหาพระเจ้า (The 5-Step Strategy)

คริสตจักรได้รณรงค์ขั้นตอน 5 ประการในการนำคนมาหาพระเจ้าอย่างเป็นระบบ:

  1. อธิษฐาน (Pray): นี่คือหน้าที่แรกสุด เพราะ พระเจ้า (องค์พระผู้เป็นเจ้า) ทรงเป็นผู้ที่ เปิดใจ ค  ห้จิตใจที่แข็งกระด้างอ่อนลงได้ ผู้เชื่อต้องหาโอกาส สร้างความสัมพันธ์ และ ทำความดี เพื่อเป็น ตัวแทนของพระเจ้า ในการช่วยเขา
  2. แชร์ (Share): หมายถึงการ แบ่งปันเรื่องของพระเยซู และ ข่าวประเสริฐ ให้เขาฟัง เพราะ ความเชื่อเกิดขึ้นเพราะการได้ยิน ผู้เชื่อจึงต้องใช้โอกาสในการบอกเขาว่าพระเยซูคือใคร
  3. ชวน (Invite): ชวนเขามาอยู่ ในครอบครัวของพระเจ้า เช่น ชวน มาโบสถ์, ชวน ไปกลุ่มเซลล์, หรือชวนมาร่วม งานคริสต์มาส ในวันที่ 24 ธันวาคม การเชิญชวนเป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้ฟังเรื่องราวของพระเจ้า
  4. ติดตาม (Follow-up): เมื่อเขาเชื่อหรือสนใจแล้ว เราจะไม่ ปล่อยเขาให้แคะแกนและไม่เติบโต แต่จะ ติดตามผล และเป็นพี่เลี้ยงนำเขาให้อยู่ในทางของพระเจ้าตลอดไป

4. บทสรุป

การนำคนมาหาพระเจ้าคือการที่ผู้เชื่อทำหน้าที่ของตน (อธิษฐาน, แคร์, แชร์, ชวน, ติดตาม) โดยเชื่อว่าหลังจากนั้นจะเป็น หน้า ที่ ของ พระ เจ้า พระ วิญญาณ ที่จะ ทำ งาน ใน ใจ เขา เพราะในโลกนี้มีคนจำนวนมากที่ชีวิตกำลัง แตก ร้าว หรือ แตก สลาย (เหมือนถ้วยชามที่แตก) และเรามีหน้าที่นำพวกเขามาหาพระเจ้า ผู้ซึ่งจะ เยียวยาชีวิตของเขา และทำให้เขามี คุณค่ามาก กว่า นั้น อีก

   การดูแลติดตามผล   

การดูแลติดตามผล (Follow-up) เป็นขั้นตอนสุดท้ายและมีความสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการนำคนมาหาพระเจ้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ “การประกาศแบบง่าย ๆ สไตล์อันดรูว์”

การดูแลติดตามผลมีความจำเป็นเพราะเป็นการรักษาสภาพฝ่ายวิญญาณของผู้ที่เชื่อหรือแสดงความสนใจในพระเจ้าแล้ว เพื่อให้พวกเขาสามารถเติบโตและยั่งยืนในความเชื่อได้

1. ความหมายและวัตถุประสงค์ของการติดตามผล

การดูแลติดตามผลถูกนิยามในแหล่งข้อมูลว่าเป็นการดำเนินการต่อเนื่องหลังจากที่บุคคลนั้นได้แสดงความเชื่อหรือความสนใจในเรื่องของพระเจ้าแล้ว:

  • ไม่ปล่อยให้แคระแกร็น: เมื่อเขาเชื่อแล้ว หรือเมื่อเขาสนใจในเรื่องของพระเจ้าแล้ว เราก็จะไม่ปล่อยเขาให้แคะแกนและไม่เติบโต
  • การเติบโตอย่างต่อเนื่อง: การติดตามผลคือการที่ เรายังคงติดตามผลเขาต่อไป เพื่อให้เขาได้เติบโตในทางของพระเจ้า
  • การเลี้ยงดูและเป็นพี่เลี้ยง: ผู้เชื่อมีหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในการ ติด ตาม เลี้ยง ดู เป็น พี่ เลี้ยง
  • การนำให้อยู่ในทางของพระเจ้าตลอดไป: การติดตามผลมีเป้าหมายเพื่อ นำเขาได้อยู่ ใน ทาง ของ พระ เจ้า ตลอด ไป
  • ไม่ทอดทิ้ง: ผู้เชื่อจะต้อง ไม่ทอดทิ้งคน เหล่า นั้น

2. ความสำคัญของการติดตามผลในบริบทของพันธกิจ

การติดตามผลเป็นส่วนที่ต้องทำควบคู่ไปกับการประกาศข่าวประเสริฐ และเป็นบทบาทที่สำคัญที่พระเจ้าทรงมอบให้แก่ผู้เชื่อ:

  • แบบอย่างจากเปาโล: พระคัมภีร์ได้ยกตัวอย่างเปาโล ซึ่งแม้จะถูกข่มเหง แต่เขา ก็ ไม่ ลืม ที่ จะ กลับ ไป ดูแลคน เหล่า นั้น
  • การดูแลผู้ที่อยู่ในครอบครัวของพระเจ้า: การติดตามผลเกิดขึ้นหลังจากขั้นตอนการ ชวน (Invite) ซึ่งเป็นการชวนเขามาอยู่ ในครอบครัวของพระเจ้า เมื่อเขาเข้ามาแล้ว การติดตามผลจึงเป็นการดูแลสมาชิกใหม่ในครอบครัวนั้น

3. บทบาทของผู้เชื่อในการติดตามผล

การติดตามผลเป็นความรับผิดชอบที่ต้องอาศัยความสัตย์ซื่อของผู้เชื่อ เพื่อให้แน่ใจว่าบุคคลที่รับเชื่อจะได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม:

  • ผู้เชื่อจะต้องเป็นส่วนหนึ่งในการ ติด ตาม เลี้ยง ดู คนเหล่านั้น
  • ต้องเป็น พี่เลี้ยง
  • ต้องเป็นคนที่จะ นำเขาได้อยู่ ใน ทาง ของ พระ เจ้า ตลอด ไป

โดยสรุปแล้ว การดูแลติดตามผลคือการให้ความมั่นใจว่าความเชื่อที่เพิ่งเริ่มต้นของคนที่เราได้นำมาหาพระเจ้านั้น จะไม่จบลงแค่การต้อนรับพระองค์ แต่จะได้รับการหล่อเลี้ยงและนำทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เขาเติบโตอย่างเข้มแข็งในฐานะลูกของพระเจ้า

   ครอบครัวและการประกาศ   

การประกาศข่าวประเสริฐในบริบทของ ครอบครัว (Family) เป็นประเด็นสำคัญที่แหล่งข้อมูลเน้นย้ำ โดยถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดในการนำคนมาหาพระเจ้า

1. ครอบครัวในฐานะสถาบันหลักและศูนย์กลางแห่งพระพร

ครอบครัวเป็นสถาบันหลัก และพระเจ้าได้ทรงอวยพรและเป็นพรผ่านทางครอบครัว เพื่อที่ครอบครัวจะได้ เป็นพรให้ กับ ทุก ๆ สถาบันในโลกนี้

ด้วยเหตุนี้ คริสตจักรจึงให้ความสำคัญกับครอบครัวอย่างมาก (เช่น การจัดงานวันพ่อ)

2. ครอบครัวคือจุดเริ่มต้นของการประกาศข่าวประเสริฐ

ตามแบบอย่างของ อัครทูตอันดรูว์ การนำคนในครอบครัวมาหาพระเจ้าถือเป็นภารกิจแรกที่ผู้เชื่อต้องทำ:

  • คนแรกที่ไปหาคือพี่ชาย: เมื่ออันดรูว์มั่นใจว่าพระเยซูคือพระเมสซียาแล้ว เขา ไม่รีรอ ที่จะไปหา ซีโมน พี่ชายของตนก่อน, และบอกว่า “เราพบพระเมสซียาแล้ว”
  • ความตระหนักในครอบครัว: อันดรูว์เป็น คนแรกในครอบครัวที่ตระหนัก ว่าพระเยซูเป็นบุคคลที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้
  • ไม่เก็บไว้คนเดียว: เมื่ออันดรูว์ได้พบความจริง ได้รับ สันติสุข และ คำตอบของชีวิต แล้ว เขา ไม่ อยาก ที่ จะ เก็บ เรื่อง นี้ ไว้ คน เดียว และคนแรกที่เขาคิดถึงคือ คน ที่ ใกล้ ชิด คน ใน ครอบครัว คนที่เติบโตมาด้วยกัน

3. ความท้าทายและอิทธิพลในการประกาศกับคนในครอบครัว

การประกาศกับคนในครอบครัวอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผู้เชื่อมีความได้เปรียบที่ควรนำมาใช้:

  • ความยากลำบากในการประกาศ: แหล่งข้อมูลยอมรับว่า การประกาศกับคนในครอบครัว บางทีมันก็ไม่ ง่าย แต่สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่า ไม่ ต้อง ทำ
  • การใช้อิทธิพลในทางบวก: ผู้เชื่อมี อิทธิพลในทางบวก, และ ความ เชื่อ ถือ กับคนในครอบครัวอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรใช้ในการนำพวกเขามาสู่พระเจ้า
  • ความพร้อมในการฟัง: หากผู้เชื่อพูดเรื่องพระเจ้า เขา [คนในครอบครัว] ก็ พร้อม ที่ จะ ฟัง อยู่ แล้ว จริง มั้ย เพราะเมื่อเราเป็นลูกของพระเจ้าแล้วเรา ดี ขึ้น และมี เครดิต
  • เอาชนะความกลัว: ผู้เชื่อหลายคนมักรู้สึก กลัวว่าเขาจะไม่เชื่อ หรือ กลัวจะเสียหน้า จึงทำให้ ปิดปากไว้ และไม่กล้าที่จะพูด แต่เราควรใช้สิ่งที่เรามีในการนำพวกเขามาฟังเรื่องราวของพระเจ้า

4. ผลลัพธ์ของการนำครอบครัว

การนำคนในครอบครัวมาหาพระเจ้ามีผลกระทบที่ยิ่งใหญ่มาก ดังเช่นกรณีของอันดรูว์:

  • การกำเนิดอัครทูตที่ยิ่งใหญ่: การกระทำของอันดรูว์นำไปสู่การที่ซีโมนเปโตรกลายเป็นอัครทูตผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งเคยเทศนาจนมีคนเชื่อถึง 3,000 คน สิ่งนี้ จะไม่ เกิด ขึ้น ถ้า ไม่ มี คน ที่ ชื่อ อันดู
  • ความปรารถนาสูงสุด: ผู้เชื่อควรคิดถึงคนในครอบครัวและคนใกล้ชิด เพื่อที่วันหนึ่งเราจะได้ อยู่กับเขาในแผ่นดินของพระเจ้า,

5. การอธิษฐานเผื่อครอบครัวในบริบทของการประกาศ

ในการดำเนินโครงการประกาศข่าวประเสริฐ ผู้เชื่อถูกหนุนใจให้เริ่มต้นด้วยการใส่ชื่อคนในครอบครัวที่รักที่สุด และเป็นภาระใจ เพื่ออธิษฐานเผื่อ:

  • เราจะต้องไม่ ห่วง แค่ เรื่อง ปาก ท้อง เรื่อง ธุรกิจ หรือเรื่องแนวคิดที่ดีเท่านั้น แต่ต้อง ห่วงเขาในเรื่องสวัสดิภาพฝ่ายวิญญาณ
  • ผู้เชื่อจะต้องมี ภาระใจ ให้เกิดความ ร้อน ลน เพื่อครอบครัวอีกมากมายที่อาจจะ ล่ม สลาย หากพวกเขาไม่ได้รู้จักกับพระเยซู

การนำคนในครอบครัวมาหาพระเจ้าจึงเป็นเหมือนการ ตอกเสาเข็มของตึก การที่เสาเข็มมั่นคงแข็งแรงจะทำให้ตึก (สังคมและสถาบันต่าง ๆ) สามารถตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคงและเป็นที่พักพิงได้ การประกาศข่าวประเสริฐที่เริ่มต้นในครอบครัวจึงเป็นรากฐานที่นำไปสู่ผลกระทบทางวิญญาณที่ยั่งยืนไปทั่วโลก

 

This website uses cookies and asks your personal data to enhance your browsing experience. We are committed to protecting your privacy and ensuring your data is handled in compliance with the General Data Protection Regulation (GDPR).