“อย่ารักโลก” โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการไม่หลงใหลในค่านิยมและสิ่งยั่วยวนของโลก เพราะการทำเช่นนั้นจะทำให้ ความรักของพระบิดาไม่อยู่ในตัวผู้ใด ซึ่งเป็นเหตุผลแรกที่พระคัมภีร์ห้ามไว้ ผู้เทศนาอธิบายความหมายของคำว่า “โลก” ในพระคัมภีร์ว่าหมายถึง ค่านิยมของโลกนี้ ไม่ใช่ดวงดาวหรือผู้คน และชี้ให้เห็นว่าการรักโลกยังทำให้เรา สูญเสียความตั้งใจที่จะประพฤติตามพระทัยพระเจ้า และ สูญเสียอำนาจการคุ้มครองจากพระองค์ นอกจากนี้ ยังระบุถึงสาเหตุที่ทำให้เราหลงรักโลกสามประการ ได้แก่ ตัณหาของเนื้อหนัง ตัณหาของตา และความทะนงในลาภยศ ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้มาจากพระบิดา โดยสรุป ผู้เทศนาเรียกร้องให้ผู้ฟัง หยุดเลียนแบบแบบอย่างของคนในยุคนี้ และดำเนินชีวิตที่อยู่เหนือค่านิยมทางโลก เพื่อเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าและเป็นที่ยอมรับของมนุษย์ในที่สุด.
“อย่ารักโลก”
ผู้เทศนาได้ระบุว่าหัวข้อนี้เป็นประเด็นหลักที่จะพูดคุยกัน และเป็นประการด่านแรกสำหรับผู้เชื่อที่จะต้องก้าวผ่านเพื่อ เป็นที่ชอบจำเพาะพระเจ้าและเป็นที่ชอบต่อหน้ามนุษย์ด้วย
ที่มาและเนื้อหาหลักของหัวข้อเทศนา
-
ที่มาของหัวข้อ: หัวข้อ “อย่ารักโลก” มาจากข้อพระคัมภีร์ใน 1 ยอห์น บทที่ 2 ข้อที่ 15
- ข้อความในพระคัมภีร์กล่าวอย่างชัดเจนว่า “อย่ารักโลก หรือ สิ่งของในโลก ถ้าใครรักโลก ความรักของพระบิดาไม่ได้อยู่ในผู้ นั้น”
- ผู้เทศนากล่าวว่าการรักโลกเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเราจะไม่เป็นที่ชื่นชอบต่อพระบิดาหรือพระเจ้า เพราะความรักของพระบิดาไม่ได้อยู่ในผู้ที่รักโลก
-
ความหมายของ “โลก”: ในบริบทของ 1 ยอห์น 2:15 คำว่า “โลก” ไม่ได้หมายถึง ดวงดาวดวงหนึ่งในจักรวาล, พื้นที่ทางภูมิศาสตร์, หรือผู้คน (ซึ่งเป็นโลกที่พระเจ้าทรงรักใน ยอห์น 3:16)
- แต่คำว่า “โลก” ในข้อนี้หมายถึง ค่านิยมของโลกนี้ (the values of this world)
- ผู้เชื่อถูกเตือนไม่ให้ ลอกเลียนแบบอย่างคนในยุคนี้ ซึ่งหมายถึงค่านิยมของคนในยุคนี้
-
วัตถุประสงค์ของการเทศนา: เพื่อให้ผู้ฟังสามารถตอบสนองต่อสิ่งที่พระเจ้าเสนอในเรื่องนี้ได้ ผู้เทศนาจึงตั้งคำถาม 3-4 ข้อเพื่อหาคำตอบจากพระคัมภีร์ร่วมกัน:
- 1. โลกในพระคัมภีร์หมายถึงอะไร: (ซึ่งได้คำตอบคือ “ค่านิยมของโลก”)
- 2. ทำไมพระคัมภีร์จึงห้ามไม่ให้เรารักโลก:
- 3. อะไรที่ทำให้เราไปหลงรักโลกและสิ่งของในโลก:
- 4. เราจะออกจากความหลงรักโลกได้อย่างไร:
การทำความเข้าใจ “ทำไมถึงห้ามรักโลก”
การรักโลก หรือค่านิยมของโลก ถูกห้ามเพราะจะทำให้เกิดผลกระทบร้ายแรงในชีวิตของผู้เชื่อ:
- สูญเสียความรักของพระบิดา: หากรักโลกหรือสิ่งของในโลก ความรักของพระบิดาจะไม่สถิตอยู่ในผู้นั้น
- สูญเสียความตั้งใจที่จะประพฤติตามพระทัยพระเจ้า: การรักโลกทำให้เราไม่คิดที่จะประพฤติตามพระทัยของพระเจ้า และคนเหล่านั้นไม่เคยสนใจที่จะทำตามน้ำพระทัยพระเจ้าเลย เว้นแต่จะคาดหวังว่าพระเจ้าจะให้การตอบแทนตามใจตนเอง
- สูญเสียอำนาจการคุ้มครองจากพระเจ้า: หากเรารักโลกและสิ่งของในโลก เราจะตกเป็นทาสของสิ่งที่เรารักและ หลุดจากสิทธิ์ในการคุ้มครองของพระเจ้า ผู้ที่เกิดจากพระเจ้าจะได้รับการคุ้มครอง และมารร้ายจะไม่แตะต้องเขา แต่โลกทั้งหมดยกเว้นผู้ที่เกิดจากพระเจ้าอยู่ในมือของมารร้าย
- จบลงด้วยความพินาศพร้อมกับโลก: โลกกับสิ่งยั่วยวนของโลกกำลังจะ ผ่านพ้นไป หรือกำลังจะจบสิ้น หากเรายังรักและติดพันอยู่กับมัน เราก็จะต้อง พินาศไปพร้อมกับโลก
สิ่งที่ทำให้เราหลงรักโลก
สิ่งที่ทำให้เราหลงรักค่านิยมของโลกนี้ สรุปได้จาก 1 ยอห์น 2:16 คือ:
- ตัณหาของเนื้อหนัง: เนื้อหนังไม่มีประโยชน์อะไร และไม่ควรไว้ใจในเนื้อหนัง เพราะความต้องการของเนื้อหนังขัดแย้งกับพระวิญญาณ พระคัมภีร์เตือนว่า อย่าจัดเตรียมอะไรไว้เพื่อสนองตัณหาของเนื้อหนัง
- ตัณหาของตา: ตัณหาของตาเริ่มต้นจากการที่เรา “เห็น” เราต้องอธิษฐานขอให้พระเจ้าทรง หันดวงตาของเราไปจากการมองดูสิ่งอนิจจัง
- ความทนงในลาภยศ: สิ่งนี้คือความมักใหญ่ใฝ่สูง ซึ่งเป็นปัญญาฝ่ายโลก ฝ่ายเนื้อหนัง และฝ่ายปีศาจ ผู้เทศนาเตือนว่า เราไม่ได้มาเพื่อรับการปรนนิบัติ แต่มาเพื่อปรนนิบัติ และความสุขของผู้เชื่อคือการส่งเสริมให้คนอื่นพบความสำเร็จในทางของพระเจ้า
วิธีหลุดพ้นจากความหลงรักโลก
การถอนตัวจากการหลงรักโลกนั้นทำได้โดย:
- อย่าเป็นมิตรกับค่านิยมของโลก: การเป็นมิตรกับโลกคือการตั้งตัวเป็นศัตรูกับพระเจ้า
- หยุดลอกเลียนแบบอย่างคนในยุคนี้: หยุดดำเนินชีวิตตามค่านิยมของการบริโภคนิยม และไม่พยายามที่จะ “มีมั่ง” เหมือนคนอื่นในยุคนี้
- รักษาตัวให้พ้นจากราคีของโลก: ต้องระมัดระวังอย่าให้กลิ่นของค่านิยมที่เลวร้ายของโลกนี้ติดตัวเรา
- มีชัยเหนือโลกด้วยความเชื่อ: ผู้ที่เกิดจากพระเจ้าทุกคนมีชัยเหนือโลก วิธีเดียวที่จะไม่หลงรักมันคือการ ดำเนินชีวิตอยู่เหนือโลก ไม่ใช่ภายใต้อำนาจของมัน
ผู้เทศนาได้สรุปว่า หากผู้เชื่อก้าวข้ามทุกอย่างที่กล่าวมานี้ได้ เขาจะ เป็นที่พอพระทัยพระเจ้าและเป็นที่รับรองของมนุษย์ด้วย ซึ่งเป็นไปตามหลักการของแผ่นดินพระเจ้าที่ประกอบด้วยความชอบธรรม สันติสุข และความชื่นชมยินดีในพระวิญญาณบริสุทธิ์.
ความรักต่อโลก
“ความรักต่อโลก” (Love for the World) นั้นเป็นหัวข้อที่มีความสำคัญและเป็นประเด็นหลัก ซึ่งผู้เทศนาได้เน้นย้ำว่าเป็น “ประการด่านแรก” ที่ผู้เชื่อทุกคนจะต้องก้าวผ่านเพื่อที่จะ เป็นที่ชอบจำเพาะพระเจ้าและเป็นที่ชอบต่อหน้ามนุษย์ด้วย
นี่คือรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับความรักต่อโลกตามที่ปรากฏในพระคัมภีร์ 1 ยอห์น บทที่ 2 ข้อที่ 15 และส่วนที่เกี่ยวข้อง:
1. คำสั่งและการยืนยันหลัก
หัวใจของการสนทนาเรื่องนี้อยู่ที่พระคัมภีร์ 1 ยอห์น บทที่ 2 ข้อที่ 15 ซึ่งกล่าวอย่างชัดเจนว่า “อย่ารักโลก หรือ สิ่งของในโลก ถ้าใครรักโลก ความรักของพระบิดาไม่ได้อยู่ในผู้ นั้น”
ผู้เทศนาได้ยืนยันว่า หากเรามีความรักต่อโลก พระคัมภีร์ข้อนี้ชี้ชัดว่าเราจะ ไม่เป็นที่ชื่นชอบต่อพระบิดาหรือต่อพระเจ้า เพราะความรักของพระบิดาจะไม่อยู่ในตัวเรา
2. ความหมายของ “โลก” ในบริบทนี้
ในการทำความเข้าใจคำว่า “โลก” (World) ใน 1 ยอห์น 2:15 เราต้องระมัดระวัง เพราะคำนี้มีความหมายหลายอย่างในพระคัมภีร์:
ดังนั้น การรักโลกคือการ หลงรักค่านิยมของโลกนี้ หรือ สิ่งของในโลกนี้.
3. เหตุผลที่พระคัมภีร์ห้ามไม่ให้รักโลก
มีเหตุผลหลายประการที่พระเจ้าทรงห้ามไม่ให้เราผูกพันหรือรักค่า นิยมของโลก เพราะจะนำมาซึ่งความสูญเสียอย่างร้ายแรง:
| ผลกระทบของการรักโลก |
รายละเอียด |
| สูญเสียความรักของพระบิดา |
หากรักโลก ความรักของพระบิดาไม่ได้อยู่กับเรา. เราจะสูญเสียความรักนี้ไปโดยไม่รู้ตัว. ถ้าความรักของพระบิดาไม่ได้อยู่ในเรา ก็ ไม่มีทาง ที่เราจะเป็นที่ชอบจำเพาะพระพักตร์พระองค์. |
| สูญเสียความตั้งใจที่จะทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า |
การรักโลกทำให้เราสูญเสียความ คิดและความตั้งใจที่จะประพฤติ ตามพระทัยของพระเจ้า. คนที่รักโลกจะไม่เคยสนใจที่จะทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า ยกเว้นแต่ว่าเขาคาดหวังว่าการทำนั้นจะทำให้เขาได้รับสิ่งตอบแทนตามใจที่ตนเองต้องการ. |
| สูญเสียอำนาจการคุ้มครองจากพระเจ้า |
เมื่อเรารักโลกและสิ่งของในโลก เราจะ ตกเป็นทาส ของสิ่งที่เรา รักและ หลุดจากสิทธิ์ในการคุ้มครองของพระเจ้า. ผู้ที่เกิดจากพระเจ้าจะได้รับการคุ้มครอง และมารร้ายจะไม่แตะต้องเขา. แต่โลกทั้งหมดที่ไม่ได้เกิดจากพระเจ้าอยู่ในมือของมารร้าย. |
| พินาศไปพร้อมกับโลก |
โลกกับสิ่งยั่ว ยวนของโลกกำลังจะ ผ่านพ้นไป หรือกำลังจะจบสิ้น. หากเรากลับไปรักและติดพันอยู่กับมัน เราก็จะต้อง พินาศไปพร้อมกับโลก ด้วย. |
4. สาเหตุที่ทำให้เราหลงรักโลก
สิ่งที่ทำให้เราไปหลงรักโลกและสิ่งของในโลกนั้น ตามพระคัมภีร์ 1 ยอห์น 2:16 สรุปได้เป็น 3 ประการ และทั้ง 3 ประการนี้ ไม่ได้มาจากพระบิดา แต่มาจากโลก:
-
ตัณหาของเนื้อหนัง (Lust of the Flesh):
- พระคัมภีร์สอนว่า เนื้อหนังไม่ มีประโยชน์อะไร และเราไม่ควร ไว้ใจในเนื้อ หนัง เพราะมันไว้ใจไม่ได้.
- ความต้องการของเนื้อหนังนั้น ขัดแย้งกับพระวิญญาณ.
- เราถูกเตือนว่า อย่าจัด เตรียมอะไรไว้เพื่อสนองตัณหาของเนื้อหนัง (โรม 13:14).
-
ตัณหาของตา (Lust of the Eyes):
- ตัณหาของตาเริ่มต้นจากการที่เรา “เห็น”.
- ตัวอย่างเช่น อาคาร เห็นเสื้อคลุมงาม เงิน และทองคำแท่ง จึง เกิดความโลภ อยากได้ และไปซ่อนสิ่งเหล่านั้นไว้.
- ผู้เชื่อควรทูลอธิษฐานขอให้พระเจ้า หันดวงตาของเราไปจากการมองดูสิ่งอนิจจัง (สดุดี 119:37).
-
ความทนงในลาภยศ (Pride of Life/Vain Glory):
- สิ่งนี้รวมถึง ความมักใหญ่ใฝ่สูง.
- ความมักใหญ่ใฝ่สูงนั้นไม่ได้เป็นปัญญาที่มาจากเบื้องบน แต่เป็น ปัญญาฝ่ายโลก ฝ่ายเนื้อหนัง ฝ่ายปีศาจ.
- การมีสิ่งนี้ในใจจะทำให้เกิดความริษยาและความวุ่นวาย.
- พระเยซูคริสต์ทรงเป็นแบบอย่างว่า พระองค์ไม่ได้มาเพื่อรับการปรนนิบัติ แต่มาเพื่อ ปรนนิบัติ. ความสุขของผู้เชื่อคือการ อำนวยความสำเร็จ ให้กับคนอื่นในทางของพระเจ้า.
5. วิธีหลุดพ้นจากการหลงรักโลก
ผู้เทศนาได้เสนอแนวทางปฏิบัติเพื่อก้าวข้ามปราการด่านแรกนี้:
- อย่าเป็นมิตรกับค่า นิยมของโลก: การเป็นมิตรกับโลกคือ การตั้งตัวเป็นศัตรูกับพระเจ้า (ยากอบ 4:4).
- หยุดลอกเลียนแบบอย่างคนในยุคนี้: หยุดดำเนินชีวิตตามค่า นิยมของโลกนี้ (เช่น บริโภคนิยม) และไม่พยายามที่จะ “มีมั่ง” เหมือนคนอื่นที่อยู่ในยุคนี้.
- รักษาตัวให้พ้นจากราคีของโลก: ต้องระมัดระวังให้กลิ่นของค่า นิยมที่เลวร้ายของโลกนี้ ไม่ ติดอยู่ ที่ ตัว เรา (ยากอบ 1:27).
- มีชัยเหนือโลกด้วยความเชื่อ: ทุกคนที่เกิดจากพระเจ้ามีชัยเหนือโลก. วิธีเดียวที่เราจะไม่หลงรักโลกคือการ ดำเนินชีวิตอยู่เหนือโลก ไม่ใช่ภายใต้อำนาจของมัน.
หากเราสามารถก้าวข้ามความรักต่อโลกนี้ได้ เราก็จะดำเนินชีวิตที่ เป็นที่พอพระทัยพระบิดาเจ้า เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า และเป็นที่รับรองของมนุษย์ด้วย ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของแผ่นดินพระเจ้าที่เป็นความชอบธรรม สันติสุข และความชื่นชมยินดีในพระวิญญาณบริสุทธิ์ (โรม 14:17-18).
ค่านิยมโลก
“ค่านิยมโลก” (Worldly Values) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเทศนาเรื่อง “อย่ารักโลก” เป็น ประการด่านแรก ที่ผู้เชื่อต้องก้าวข้ามให้ได้ เพื่อที่จะ เป็น ที่ ชอบ จำเพาะ พระ เจ้า และ เป็น ที่ ชอบ ต่อ หน้า มนุษย์ ด้วย
นี่คือรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับค่า นิยม โลก ตามที่พระคัมภีร์และผู้เทศนาได้สำแดงไว้ครับ:
1. คำนิยามของ “โลก” ในบริบทของค่า นิยม
เมื่อพระคัมภีร์ใน 1 ยอห์น บทที่ 2 ข้อที่ 15 กล่าวว่า “อย่า รัก โลก” คำว่า “โลก” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงดวงดาวในจักรวาล, พื้นที่ทางภูมิศาสตร์, หรือมนุษย์ที่พระเจ้าทรงรัก (ยอห์น 3:16)
แต่คำว่า “โลก” ในข้อนี้หมายถึง ค่า นิยม ของ โลก นี้ (the values of this world) ดัง นั้น อย่า รัก โลก จึง หมาย ถึง ว่า อย่า รัก สิ่ง ที่ เป็น ค่า นิยม ของ โลก
พระคัมภีร์ได้ขยายความค่า นิยมนี้ในพระธรรมโรม บทที่ 12 ข้อที่ 2 ว่าคือการ อย่า ลอก เรียน แบบ อย่าง คน ใน ยุค นี้ ซึ่งหมายถึง ค่า นิยม ของ คน ใน ยุค นี้ พระคำของพระเจ้าจึงบอกให้เรา ถอน ตัว ออก จาก ค่า นิยม ของ โลก นี้
2. องค์ประกอบที่ผลักดันค่า นิยม โลก (1 ยอห์น 2:16)
ผู้เทศนาชี้ชัดว่า มี 3 ประการหลักที่ผลักดันให้เราหลงรักโลกและสิ่งของในโลก และทั้ง 3 ประการนี้ ไม่ ได้ มา จาก พระ บิดา แต่ มา จาก โลก:
2.1 ตัณหาของเนื้อหนัง (Lust of the Flesh)
เนื้อหนังเป็นสิ่งที่เราไม่ควรไว้ใจ เพราะพระคัมภีร์สอนว่า เนื้อ หนัง ไม่ มี ประโยชน์ อะไร และความต้องการของเนื้อหนังนั้น ขัด แย้ง กับ พระ วิญญาณ เราถูกเตือนอย่างชัดเจนว่า อย่า จัด เตรียม อะไร ไว้ เพื่อ สนอง ตัณหา ของ เนื้อ หนัง
2.2 ตัณหาของตา (Lust of the Eyes)
ตัณหาของตาส่วนใหญ่เริ่มต้นจากการ เห็น และการเห็นนั้นนำไปสู่ความโลภ ตัวอย่างเช่น อาคาร เห็นเสื้อคลุมงาม เงิน และทองคำแท่ง จึง เกิด ความ โลภ อยาก ได้ ในยุคปัจจุบัน สื่อ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อโซเชียลด้านไหน ก็สามารถกลายเป็นสิ่งที่ จับ จ้อง และกลายเป็นตัณหาที่เราหลุดไม่ได้ ผู้เชื่อควรกล้าที่จะอธิษฐานขอให้พระเจ้า หัน ดวง ตา ของ ข้า พระ องค์ ไป จาก การ มอง ดู สิ่ง อนิ จัง
2.3 ความทนงในลาภยศ (Pride of Life/Vain Glory)
ความทนงในลาภยศรวมถึง ความ มัก ใหญ่ ใฝ่ สูง ซึ่งพระคัมภีร์กล่าวว่า ปัญญา อย่าง นี้ ไม่ ใช่ ปัญญา ที่ มา จาก เบื้อง บน แต่เป็น ปัญญา ฝ่าย โลก ฝ่าย เนื้อ หนัง ฝ่าย ปีศาจ การมีความมักใหญ่ใฝ่สูงจะนำมาซึ่งความริษยา ความขมขื่น และ ความ วุ่นวาย และ มี การ ทำ ชั่ว ทุก อย่าง ชีวิตคริสเตียนที่ชอบจำเพาะพระเจ้าคือการ ปรนนิบัติ และการเห็นความสำเร็จของผู้อื่นคือความสุขของเรา
3. ผลกระทบจากการรักค่า นิยม โลก
การหลงรักและตอบสนองค่า นิยมของโลกนี้ทำให้เกิดความสูญเสียอย่างร้ายแรงในชีวิตผู้เชื่อ:
- สูญเสียความรักของพระบิดา: ถ้าเรา รัก โลก (ในความหมายของค่า นิยมนี้) ความ รัก ของ พระ บิดา ไม่ ได้ อยู่ ใน ผู้ นั้น หากความรักของพระบิดาไม่ได้อยู่กับเรา ไม่ มี ทาง ที่เราจะเป็นที่ชอบจำเพาะพระพักตร์พระองค์.
- สูญเสียความตั้งใจที่จะทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า: การรักโลกทำให้เรา สูญ เสีย ความ คิด และ ความ ตั้งใจ ที่ จะ ทำ ตาม น้ำ พระทัย ของ พระ เจ้า คนที่หลงรักโลกและสิ่งของในโลก ไม่ เคย คิด สนใจ ที่ จะ ทำ ตาม น้ำ พระทัย พระ เจ้า เว้นแต่เขา คาด หวัง ว่า ถ้าเขาทำแล้วพระเจ้าจะให้การตอบแทนตามใจเขาเอง.
- สูญเสียอำนาจการคุ้มครองจากพระเจ้า: หากเราไป รัก โลก และ สิ่ง ของ ใน โลก เราจะ ตก เป็น ทาส ของสิ่งที่เรา รักและ หลุด จาก สิทธิ์ ใน การ คุ้ม ครอง ของ พระ เจ้า โลกทั้ง หมดที่ไม่ได้เกิดจากพระเจ้าอยู่ ใน มือ ของ มาร ร้าย หากเรามุดอยู่กับค่า นิยมของโลกนี้ เราจะ หลุด จาก อำนาจ แห่ง การ คุ้ม ครอง ของ พระ เยซู คริสต์ เจ้า โดยไม่รู้ตัว.
- พินาศไปพร้อมกับโลก: โลก กับ สิ่ง ยั่ว ยวน ของ โลก กำลัง ผ่าน พ้น ไป หรือกำลังจะจบสิ้น หากเรายังกลับไปรักและ ติด พัน อยู่ กับ มัน แน่นอน ครับ เรา ต้อง พินาศ ไป พร้อม กับ โลก.
4. วิธีการหลุดพ้นจากค่า นิยม โลก
ผู้เทศนาได้ให้หลักการที่เราจะสามารถก้าวข้ามค่า นิยม โลก ซึ่งเป็น ปราการ ด่าน แรก ได้:
- อย่าเป็นมิตรกับค่า นิยมของโลก: การ เป็น มิตร กับ โลก คือ การ เป็น ศัตรู กับ พระ เจ้า.
- หยุดลอกเลียนแบบคนในยุคนี้: เราต้อง หยุด ดำเนิน ชีวิต ตาม ค่า นิยม ของ โลก นี้ ซึ่งรวมถึง บริโภค นิยม และไม่พยายามที่จะ “มี มั่ง” เหมือนคนอื่น. ตัวอย่างเช่น การไม่หลงไปตามกระแสวัตถุนิยมที่ผลักดันให้เราต้องบริโภคสินค้าใหม่ ๆ ตลอดเวลา.
- รักษาตัวให้พ้นจากราคีของโลก: ต้อง รักษา ตัว ให้ พ้น จาก ราคี ของ ค่า นิยม ของ โลก นี้ โดยการ อย่า อยู่ ใกล้ และระมัดระวังไม่ให้ กลิ่น ของ ค่า นิยม ที่ เลว ร้าย ของ โลก นี้ มัน ติด อยู่ ที่ ตัว เรา.
- ดำเนินชีวิตอยู่เหนือโลกด้วยความเชื่อ: วิธีเดียวที่เราจะไม่หลงรักค่า นิยมของโลกคือการ ดำเนิน ชีวิต อยู่ เหนือ โลก ไม่ ใช่ อยู่ ใต้ มัน เพราะ ทุก คน ที่ เกิด จาก พระ เจ้า ก็ มี ชัย เหนือ โลก ด้วย ความ เชื่อ ของ เรา.
หากเราก้าวข้ามความรักต่อค่า นิยม โลก นี้ได้ เราก็จะเข้าสู่แผ่นดินของพระเจ้าซึ่งประกอบด้วย ความ ชอบ ธรรม สันติสุข ความ ชื่น ชม ยิน ดี ใน พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ และการปรนนิบัติในลักษณะนี้จะทำให้เรา เป็น ที่ พอ พระทัย พระ บิดา เจ้า พอ พระทัย พระ เจ้า และ เป็น ที่ รับ รอง ของ มนุษย์ ด้วย.
การดำเนินชีวิต
“การดำเนินชีวิต” (Conducting Life) นั้นเป็นหัวใจสำคัญ การสอนให้ผู้เชื่อดำเนินชีวิตที่ชอบจำเพาะพระเจ้าและเป็นที่รับรองของมนุษย์ การดำเนินชีวิตในบริบทนี้จึงเป็นกระบวนการที่เราต้อง ระมัดระวัง และ เลือกอย่างมีสติ
นี่คือรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตที่พระเจ้าทรงปรารถนา ตามที่ปรากฏในคำเทศนา:
1. เป้าหมายสูงสุดของการดำเนินชีวิต
การดำเนินชีวิตของผู้เชื่อถูกกำหนดเป้าหมายไว้ชัดเจนว่าต้องบรรลุผล 2 ประการหลัก คือ:
- เป็นที่ชอบจำเพาะพระเจ้า (Pleasing to God): เราต้องไม่เป็นที่น่ารังเกียจสำหรับพระเจ้า. การเป็นที่ชอบจำเพาะพระเจ้า 100% นั้นเป็นสิ่งที่เราทำได้แน่นอน แม้ว่ามนุษย์บางคนอาจชิงชังเราก็ตาม.
- เป็นที่ชอบต่อหน้ามนุษย์ (Pleasing to Man): ผู้เชื่อควรเป็นที่ยอมรับและไม่เป็นที่น่ารังเกียจสำหรับคนรอบข้างและชุมชน. เมื่อเราไปอยู่ในชุมชนใด สังคมใด เราจะต้อง เป็นพร กับชุมชนนั้น สังคมนั้น.
การดำเนินชีวิตที่ดีนี้สอดคล้องกับหลักการของแผ่นดินพระเจ้า ซึ่งประกอบด้วย ความชอบธรรม สันติสุข และ ความ ชื่น ชม ยิน ดี ใน พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ และผู้ที่ปรนนิบัติพระคริสต์ในลักษณะนี้จะเป็นที่พอพระทัยพระเจ้าและเป็นที่รับรองของมนุษย์.
2. อุปสรรคและคำเตือนในการดำเนินชีวิต (ปราการด่านแรก)
การดำเนินชีวิตที่ชอบจำเพาะพระเจ้ามี ประการด่านแรก ที่สำคัญที่สุดที่เราต้องก้าวข้าม คือ อย่า รัก โลก. การรักโลก (ซึ่งหมายถึงการรักค่า นิยมของโลกนี้) จะทำลายความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า:
- สูญเสียความรักของพระบิดา: ถ้าใครรักโลก ความรักของพระบิดาจะไม่ได้อยู่ในผู้นั้น.
- สูญเสียความตั้งใจที่จะทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า: การรักโลกทำให้เรา สูญ เสีย ความ คิด และ ความ ตั้งใจ ที่ จะ ประพฤติ ตาม พระทัย ของ พระ เจ้า. คนที่หลงรักโลกจะไม่เคยสนใจที่จะทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า ยกเว้นเมื่อเขาคาดหวังว่าการทำนั้นจะนำมาซึ่งการตอบแทนตามใจเขาเอง.
- สูญเสียอำนาจการคุ้มครอง: การรักโลกทำให้เรา ตก เป็น ทาส ของสิ่งที่รักและ หลุด จาก สิทธิ์ ใน การ คุ้ม ครอง ของ พระ เจ้า.
- พินาศไปพร้อมกับโลก: เนื่องจากโลกกับสิ่งยั่วยวนของโลกกำลังจะ ผ่าน พ้น ไป หรือกำลังจะจบสิ้น หากเราติดพันอยู่กับมัน เราก็จะ พินาศ ไป พร้อม กับ โลก.
3. หลักการสำคัญในการดำเนินชีวิตอย่างมีปัญญา
การดำเนินชีวิตที่พระเจ้าพอพระทัยต้องเป็นการตัดสินใจอย่างมีสติ ไม่ใช่ เหมือน คน ไร้ ปัญญา:
3.1 การหลีกหนีจากค่า นิยม โลก (The World’s Values)
เราต้อง ถอน ตัว ออก จาก ค่า นิยม ของ โลก นี้ และปฏิเสธองค์ประกอบที่มาจากโลกซึ่งได้แก่:
- อย่าสนองตัณหาของเนื้อหนัง: เนื้อหนัง ไม่ มี ประโยชน์ อะไร และไม่ควรไว้ใจ. จง อย่า จัด เตรียม อะไร ไว้ เพื่อ สนอง ตัณหา ของ เนื้อ หนัง.
- อย่าตามตัณหาของตา: ตัณหาของตาเริ่มต้นจากการ เห็น. เราควรทูลขอให้พระเจ้า หัน ดวง ตา ของ ข้า พระ องค์ ไป จาก การ มอง ดู สิ่ง อนิ จัง (สิ่งไร้สาระ).
- ปฏิเสธความมักใหญ่ใฝ่สูง: ความ ทนง ใน ลาภ ยศ คือปัญญาฝ่ายโลก ฝ่ายเนื้อหนัง ฝ่ายปีศาจ และจะนำมาซึ่งความริษยาและความวุ่นวาย.
3.2 การดำเนินชีวิตตามแบบพระคริสต์
เราต้องรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ โดยปฏิบัติตามหลักการต่อไปนี้:
- สวมวิสัยมนุษย์ใหม่: เราที่อยู่ในพระคริสต์ ถูก สร้าง ขึ้น ใหม่ ตาม พระ ฉายา ของ พระ องค์ ผู้ ทรง สร้าง.
- ดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณ: จง ดำเนิน ชีวิต ตาม พระ วิญญาณ แล้ว ท่าน จะ ไม่ สนอง ความ ต้องการ ของ เนื้อ หนัง.
- เข้าใจและทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า: เราต้อง เข้า ใจ ว่า อะไร คือ น้ำ พระทัย ของ องค์ พระ ผู้ เป็น เจ้า. น้ำพระทัยของพระเจ้าทุกอย่างเป็น พร สำหรับ เรา เอง ทั้ง สิ้น.
- ปรนนิบัติผู้อื่น: พระเยซูเป็นแบบอย่างที่มาเพื่อ ปรนิบัติ ไม่ใช่รับการปรนนิบัติ. ความสุขของผู้เชื่อคือการ อำนวย ความ สำเร็จ ให้กับคนอื่นในทางของพระเจ้า และเห็นความสำเร็จฝ่ายจิตวิญญาณของเขา.
- รักษาตัวให้พ้นจากราคีโลก: ต้อง รักษา ตัว ให้ พ้น จาก ราคี ของ โลก นี้ และไม่ให้กลิ่นของค่า นิยมที่เลวร้ายของโลกติดอยู่กับตัวเรา.
- ดำเนินชีวิตอยู่เหนือโลก: วิธีเดียวที่จะไม่หลงรักโลกคือการ ดำเนิน ชีวิต อยู่ เหนือ โลก ไม่ ใช่ อยู่ ใต้ มัน. เรามีชัยเหนือโลกได้ด้วย ความ เชื่อ ของ เรา.
4. การตอบสนองต่อพระคำ
ผู้เทศนาเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการตอบสนองที่จริงจังต่อคำสอนเหล่านี้:
- เมื่อเราได้ยินเนื้อหาที่มาจากพระเจ้า เรา อย่า ฟัง ผ่าน. ให้เนื้อหานั้นเป็น แสง สว่าง ของ พระ เจ้า ที่จะส่องเข้ามาในชีวิตของเรา.
- การดำเนินชีวิตนี้เป็นเรื่องที่เราต้อง ทำ เอง และ ไม่ มี ใคร ตัด สิน ใจ แทน เรา ได้.
- เมื่อคำเตือนที่แรงและหนักมาถึงเรา แปลว่า พระ เจ้า เห็น ว่า เรามีใจที่จะ กลับ ใจ ใหม่. เราจึงควรตอบสนองทันทีโดยไม่ต้องลังเลหรือรอไปถือศีลอดอาหารก่อน.
การเป็นมิตร
“การเป็นมิตร” (Being Friends) มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับคำเตือนเรื่อง “อย่ารักโลก” และการดำเนินชีวิตที่ชอบจำเพาะพระเจ้า
ความสำคัญของการเลือกที่จะไม่เป็นมิตรกับสิ่งที่ไม่ควรเป็นมิตร ดังนี้
1. การเป็นมิตรกับโลก คือการตั้งตัวเป็นศัตรูกับพระเจ้า
ประเด็นที่ชัดเจนที่สุดเกี่ยวกับ “การเป็นมิตร” ปรากฏอยู่ในพระธรรมยากอบ บทที่ 4 ข้อที่ 4 ซึ่งผู้เทศนาได้นำมาใช้เพื่อเป็นแนวทางในการหลุดพ้นจากความหลงรักโลก:
- คำถามหลัก: คนไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า ท่านทั้งหลายรู้ว่า การเป็นมิตรกับโลก คือ การเป็นศัตรู กับ พระ เจ้า ไม่ ใช่ หรือ
- บทสรุป: เพราะฉะนั้น ใคร ก็ ตาม ที่ ต้องการ เป็น มิตร กับ โลก ก็ ตั้ง ตัว เป็น ศัตรู กับ พระ เจ้า
- ความเชื่อมโยงกับค่า นิยม: ความหมายของ “โลก” ในที่นี้คือ ค่า นิยม ของ โลก นี้ ซึ่งเป็นความหมายเดียวกันกับที่ปรากฏใน 1 ยอห์น บทที่ 2 ข้อ 15
ดังนั้น การเป็นมิตรกับโลกจึงเป็นการเลือกที่จะผูกพันกับ ค่า นิยม ของ โลก นี้ (เช่น ตัณหาของเนื้อหนัง, ตัณหาของตา, และความทนงในลาภยศ) และการเลือกเป็นมิตรกับค่า นิยมเหล่านี้ เท่ากับเป็นการ ตั้ง ตัว เป็น ศัตรู กับ พระ เจ้า โดยปริยาย.
2. การเป็นมิตรกับโลกเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิต
การเลือกที่จะเป็นมิตรกับค่านิยมของโลกเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้เชื่อ ก้าว ข้าม ปราการ ด่าน แรก ในการดำเนินชีวิตที่พระเจ้าพอพระทัยไม่ได้:
- สูญเสียความชอบจำเพาะพระเจ้า: หากคุณรักโลก (เป็นมิตรกับค่า นิยมของโลก) คุณจะไม่สามารถเป็นที่ชื่นชอบจำเพาะพระเจ้าได้.
- ไม่เป็นที่ชื่นชอบต่อหน้ามนุษย์: การเป็นมิตรกับค่า นิยมของโลก ซึ่งทำให้เรามักใหญ่ใฝ่สูงหรือโอ้อวดตัวเอง จะทำให้ คน ก็ ไม่ ชอบ คุณ ด้วย.
3. วิธีหลุดพ้นจากการเป็นมิตรกับโลก
หากต้องการหลุดพ้นจากการเป็นมิตรกับโลก ซึ่งเป็นแนวทางในการถอนตัวออกจากการหลงรักโลก ผู้เทศนาเสนอขั้นตอนการดำเนินชีวิตที่ต้องทำอย่างเด็ดขาด:
- อย่าเป็นมิตรกับค่า นิยมของโลก: นี่คือประการแรกและชัดเจนที่สุดในการถอนตัว.
- หยุดลอกเลียนแบบอย่างคนในยุคนี้: หยุด ดำเนิน ชีวิต ตาม ค่า นิยม ของ โลก นี้. การพยายามจะ “มี มั่ง” เหมือนคนอื่น ๆ และการไหลไปตามกระแส บริโภค นิยม คือการลอกเลียนแบบค่า นิยมที่ต้องหยุด.
- รักษาตัวให้พ้นจากราคีของโลก: ต้องระมัดระวังไม่ให้ กลิ่น ของ ค่า นิยม ที่ เลว ร้าย ของ โลก นี้ มัน ติด อยู่ ที่ ตัว เรา.
โดยสรุปแล้ว การเป็นมิตรกับโลกในบริบทของคำสอนนี้ คือการที่เราเลือกที่จะผูกพันกับค่านิยมที่ไม่มาจากพระเจ้า ซึ่งจะทำให้เรากลายเป็นศัตรูต่อพระองค์ และทำให้เราไม่สามารถดำเนินชีวิตที่ เป็น ที่ พอ พระทัย พระ บิดา เจ้า พอ พระทัย พระ เจ้า และ เป็น ที่ รับ รอง ของ มนุษย์ ด้วย ได้.
