Curriculum
Course: 2025-10-12 : "ถ่อมใจ เพื่อจะได้เป็นที่ชอบ"
Login
Video lesson

หัวข้อ “ถ่อมใจ เพื่อจะได้เป็นที่ชอบ”

ความสำคัญของ “ความถ่อมใจ” ในการดำเนินชีวิตและรับใช้พระเจ้า เพื่อที่จะเป็นที่ชอบพระทัยของพระองค์ ผู้เทศนาเน้นว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นแบบอย่างสูงสุดของความถ่อมใจ โดยทรงสละสภาพความเป็นพระเจ้าเพื่อบังเกิดเป็นมนุษย์และยอมเชื่อฟังจนถึงความมรณาบนไม้กางเขน ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากวิธีการแสวงหาอำนาจของโลกมนุษย์ การเทศนายังกระตุ้นให้ผู้ฟังมีความมั่นใจในสถานะการเป็นบุตรของพระเจ้าและให้ ความรักของพระบิดา เป็นแรงจูงใจในการรับใช้ด้วยความถ่อมใจอย่างมั่นคง เพื่อที่พระเจ้าจะทรงยกชูและประทานพรผ่านการยอมจำนนและการเชื่อฟังนั้น

  ความถ่อมใจ  

ความถ่อมใจ (Humility) เป็นหัวข้อสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระลักษณะของพระเจ้าและค่า นิยมที่พระเยซูคริสต์ปรารถนาให้ผู้เชื่อมีในชีวิต เพื่อที่จะได้เป็นที่ชอบพระทัยของพระเจ้า

ความหมายและเป้าหมายของความถ่อมใจ

ความถ่อมใจคืออะไร:

  • ความถ่อมใจ เป็นค่า นิยมที่พระเยซูคริสต์ได้สร้างและวางไว้ให้กับสาวก ซึ่งเป็น พระลักษณะของพระเจ้า ด้วย
  • ค่า นิยมที่ดีหมายถึง หลักการประพฤติปฏิบัติที่ดีงาม ซึ่งส่งผลดีต่อตนเองและสังคม และส่งเสริมให้เกิดความสุข ความสงบเรียบร้อยขึ้น
  • ความถ่อมใจคือ ค่า นิยมที่ดี ที่พระเยซูคริสต์ต้องการให้สาวกมีในการรับใช้พระเจ้า

เป้าหมาย:

  • ความถ่อมใจเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้เรา เป็นที่ชื่นชอบ หรือเป็นที่ชอบพอพระทัยของพระเจ้า ซึ่งเป็นความตั้งใจและความปรารถนาของพระเจ้า และเป็นเป้าหมายสำหรับชีวิตของเราทุกคน
  • การถ่อมใจจะช่วยให้เราสามารถร่วมรับใช้กับพระองค์ได้อย่างมั่นคงตลอดเวลา

แบบอย่างของความถ่อมใจในชีวิตของพระเยซูคริสต์

พระเยซูคริสต์ทรงเป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์แบบของความถ่อมใจ ซึ่งสำแดงออกมาในหลายด้าน:

1. การสละสภาพความเป็นพระเจ้าและการบังเกิด (Incarnation)

  • ผู้ทรงสภาพเป็นพระเจ้า ไม่ทรงถือว่าความทัดเทียมกับพระเจ้าเป็นสิ่งที่ต้องยึดไว้
  • พระองค์ ทรงสละพระองค์เอง และทรงรับสภาพทาส ทรงถือ กำเนิดเป็นมนุษย์
  • การที่พระเจ้าผู้สูงสุดยอมถือกำเนิดในโลกนี้ด้วยความถ่อมใจ โดยมาบังเกิดใน รางหญ้าในคอกวัว นั้นเป็นสิ่งที่เกินความเข้าใจของมนุษย์
  • โดยปกติแล้ว มนุษย์จะแสวงหาเกียรติ ชื่อเสียง อำนาจ เกียรติยศ และตำแหน่ง แต่พระเยซูคริสต์ไม่ได้แสวงหาสิ่งเหล่านี้ ซึ่งตรงกันข้ามกับผู้นำของมนุษย์

2. การเชื่อฟังจนถึงความมรณาบนกางเขน (Obedience unto Death)

  • พระองค์ทรง ถ่อมตัวลง ทรงยอมเชื่อฟังจนถึงความมรณา กระทั่งความมรณาบนกางเขน
  • การยอมสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนนั้นเป็นการสำแดงความรักยิ่งใหญ่ของพระเจ้า เพื่อรับค่าไถ่ความผิดบาปของมนุษย์ ให้พ้นจากอำนาจของความบาปและมารซาตาน
  • ไม้กางเขนในสมัยนั้นเป็นวิธีการประหารชีวิตสำหรับผู้ที่มีความผิดโหดร้าย แต่เมื่อพระเยซูคริสต์ผู้บริสุทธิ์ยอมถูกตรึงที่นั่น พระองค์ได้เปลี่ยนภาพของไม้กางเขนที่โหดร้ายให้กลายเป็นภาพที่ เต็มไปด้วยความรัก ความถ่อมใจ การให้อภัย และการคืนดี

3. การใช้ฤทธิ์เดชและสิทธิอำนาจด้วยความถ่อมใจ

  • ในการสร้างอาณาจักรของพระเจ้า พระเยซูคริสต์ทรงใช้ ความถ่อมใจ ไม่ได้ใช้อาวุธ กำลังทหาร หรือทรัพย์สินเงินทอง ซึ่งเป็นวิธีที่ตรงข้ามกับวิธีของโลกนี้
  • พระองค์ใช้ฤทธิ์เดชและสิทธิอำนาจเพื่อปลดปล่อยผู้คนให้พ้นจาก อำนาจของความบาป ซึ่งเป็นปัญหาที่ยากกว่าการตกเป็นทาสของอาณาจักรโรม
  • แบบอย่างการใช้ฤทธิ์เดชด้วยความถ่อมใจ เช่น:
    • การรักษาคนง่อย: เมื่อมีคนรื้อหลังคาเพื่อหย่อนคนง่อยลงมาหาพระองค์ ขณะที่พระองค์กำลังสอนอยู่ พระองค์ไม่ได้แสดงความโกรธหรือมองว่าเป็นการรบกวน แต่พระองค์มองเห็นว่าคนผู้นี้มีคุณค่าและต้องการความช่วยเหลือ
    • การเลี้ยงคน 5,000 คน: พระองค์มองเห็นว่าพวกเขาเดือดร้อนและหิวโหย จึงใช้ความถ่อมใจในการรับใช้ โดยไม่ได้มองว่าเป็นภาระ
  • พระเยซูคริสต์ทรงสอนสาวก โดยเน้นย้ำว่า พระองค์ไม่ได้มาเพื่อรับการปรนนิบัติ แต่ มาเพื่อจะปรนนิบัติคนอื่น

ความถ่อมใจสำหรับผู้เชื่อ

การดำเนินชีวิตด้วยความถ่อมใจเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื่องจากมนุษย์มีแนวโน้มที่จะลืมตัวเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น หรือเมื่ออยู่ในตำแหน่งสูง

1. ความท้าทายในการแบกกางเขน

  • หลายครั้งที่เราแสวงหามงกุฎ (ความสำเร็จในที่การงาน) แต่เราไม่ยอมแบกกางเขน (ไม่ยอมลงมือปฏิบัติหรือยอมอยู่ในความยากลำบาก)
  • ถ้าเราต้องการได้มงกุฎจากพระเจ้า เราจะต้องยอม แบกกางเขนของพระองค์ด้วย การยอมถ่อมใจเป็นเรื่องที่ยากและท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อเผชิญแรงกดดันหรือแรงเสียดทานในชีวิต

2. แรงจูงใจที่มาสู่ความถ่อมใจและการเชื่อฟัง

  • ความมั่นใจในการเป็นลูกของพระเจ้า: เราต้องมั่นใจในสถานะที่เราเป็นบุตรของพระเจ้า เพราะคุณค่าของเรามาจากความรักของพระเจ้าที่บนไม้กางเขน
  • ความรักของพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง: แรงจูงใจในการรับใช้พระเจ้าควรมาจากความซาบซึ้งในความรักและพระคุณของพระเจ้า ไม่ใช่เพราะความเก่งกาจ ความสามารถ หรือฐานะของเรา
  • ความรักของพระบิดาที่มีต่อเราจะนำไปสู่ การเชื่อฟังพระองค์อย่างสุดใจ พระเยซูคริสต์ทำตามน้ำพระทัยของพระบิดาแม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เพราะพระองค์รู้ว่าความรักของพระบิดาเป็นศูนย์กลางที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและนำมนุษย์ไปสู่ความรอด

พระพรของการถ่อมใจ

เมื่อเราถ่อมใจและเชื่อฟังพระเจ้าอย่างยากลำบาก ผลลัพธ์ที่ได้รับกลับคืนมาคือพระพรและประโยชน์

  1. พระเจ้าจะทรงยกขึ้น: เพราะพระองค์ยอมถ่อมใจและเชื่อฟัง ดังนั้น พระองค์จึงทรงยกพระเยซูขึ้นสูงสุดและประทานพระนามเหนือนามทั้งปวงแก่พระองค์
  2. ยก ระดับหัวใจ: พระเจ้าจะทรงยก ระดับหัวใจของเราขึ้น โดยประทานประสบการณ์ในความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหา
  3. ความทรหดอดทนและสันติสุข: แม้ว่าเราจะเผชิญกับความทุกข์ยาก แต่ความทุกข์ยากนั้นทำให้เกิดความทรหดอดทน ความทุกข์ไม่สามารถชนะความรักและพระเมตตาของพระเจ้าได้ และพระเมตตานั้นจะนำสันติสุขมาอยู่กับเรา
  4. การเติบโตและการเป็นพระพร: การถ่อมใจแม้ไม่ง่าย แต่จะทำให้เราได้เติบโตขึ้นในทางของพระเจ้า และมีโอกาสได้เป็นพระพรแก่ผู้อื่น

สรุปได้ว่า ความถ่อมใจและการรับใช้ด้วยความถ่อมใจนั้นจะเป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้า และเป็นพระลักษณะสำคัญที่เราต้องเรียนรู้และพัฒนา โดยการให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ชำระหัวใจของเรา