ความสำคัญของ “ความถ่อมใจ” ในการดำเนินชีวิตและรับใช้พระเจ้า เพื่อที่จะเป็นที่ชอบพระทัยของพระองค์ ผู้เทศนาเน้นว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นแบบอย่างสูงสุดของความถ่อมใจ โดยทรงสละสภาพความเป็นพระเจ้าเพื่อบังเกิดเป็นมนุษย์และยอมเชื่อฟังจนถึงความมรณาบนไม้กางเขน ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากวิธีการแสวงหาอำนาจของโลกมนุษย์ การเทศนายังกระตุ้นให้ผู้ฟังมีความมั่นใจในสถานะการเป็นบุตรของพระเจ้าและให้ ความรักของพระบิดา เป็นแรงจูงใจในการรับใช้ด้วยความถ่อมใจอย่างมั่นคง เพื่อที่พระเจ้าจะทรงยกชูและประทานพรผ่านการยอมจำนนและการเชื่อฟังนั้น
ความถ่อมใจ
ความถ่อมใจ (Humility) เป็นหัวข้อสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระลักษณะของพระเจ้าและค่า นิยมที่พระเยซูคริสต์ปรารถนาให้ผู้เชื่อมีในชีวิต เพื่อที่จะได้เป็นที่ชอบพระทัยของพระเจ้า
ความหมายและเป้าหมายของความถ่อมใจ
ความถ่อมใจคืออะไร:
- ความถ่อมใจ เป็นค่า นิยมที่พระเยซูคริสต์ได้สร้างและวางไว้ให้กับสาวก ซึ่งเป็น พระลักษณะของพระเจ้า ด้วย
- ค่า นิยมที่ดีหมายถึง หลักการประพฤติปฏิบัติที่ดีงาม ซึ่งส่งผลดีต่อตนเองและสังคม และส่งเสริมให้เกิดความสุข ความสงบเรียบร้อยขึ้น
- ความถ่อมใจคือ ค่า นิยมที่ดี ที่พระเยซูคริสต์ต้องการให้สาวกมีในการรับใช้พระเจ้า
เป้าหมาย:
- ความถ่อมใจเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้เรา เป็นที่ชื่นชอบ หรือเป็นที่ชอบพอพระทัยของพระเจ้า ซึ่งเป็นความตั้งใจและความปรารถนาของพระเจ้า และเป็นเป้าหมายสำหรับชีวิตของเราทุกคน
- การถ่อมใจจะช่วยให้เราสามารถร่วมรับใช้กับพระองค์ได้อย่างมั่นคงตลอดเวลา
แบบอย่างของความถ่อมใจในชีวิตของพระเยซูคริสต์
พระเยซูคริสต์ทรงเป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์แบบของความถ่อมใจ ซึ่งสำแดงออกมาในหลายด้าน:
1. การสละสภาพความเป็นพระเจ้าและการบังเกิด (Incarnation)
- ผู้ทรงสภาพเป็นพระเจ้า ไม่ทรงถือว่าความทัดเทียมกับพระเจ้าเป็นสิ่งที่ต้องยึดไว้
- พระองค์ ทรงสละพระองค์เอง และทรงรับสภาพทาส ทรงถือ กำเนิดเป็นมนุษย์
- การที่พระเจ้าผู้สูงสุดยอมถือกำเนิดในโลกนี้ด้วยความถ่อมใจ โดยมาบังเกิดใน รางหญ้าในคอกวัว นั้นเป็นสิ่งที่เกินความเข้าใจของมนุษย์
- โดยปกติแล้ว มนุษย์จะแสวงหาเกียรติ ชื่อเสียง อำนาจ เกียรติยศ และตำแหน่ง แต่พระเยซูคริสต์ไม่ได้แสวงหาสิ่งเหล่านี้ ซึ่งตรงกันข้ามกับผู้นำของมนุษย์
2. การเชื่อฟังจนถึงความมรณาบนกางเขน (Obedience unto Death)
- พระองค์ทรง ถ่อมตัวลง ทรงยอมเชื่อฟังจนถึงความมรณา กระทั่งความมรณาบนกางเขน
- การยอมสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนนั้นเป็นการสำแดงความรักยิ่งใหญ่ของพระเจ้า เพื่อรับค่าไถ่ความผิดบาปของมนุษย์ ให้พ้นจากอำนาจของความบาปและมารซาตาน
- ไม้กางเขนในสมัยนั้นเป็นวิธีการประหารชีวิตสำหรับผู้ที่มีความผิดโหดร้าย แต่เมื่อพระเยซูคริสต์ผู้บริสุทธิ์ยอมถูกตรึงที่นั่น พระองค์ได้เปลี่ยนภาพของไม้กางเขนที่โหดร้ายให้กลายเป็นภาพที่ เต็มไปด้วยความรัก ความถ่อมใจ การให้อภัย และการคืนดี
3. การใช้ฤทธิ์เดชและสิทธิอำนาจด้วยความถ่อมใจ
- ในการสร้างอาณาจักรของพระเจ้า พระเยซูคริสต์ทรงใช้ ความถ่อมใจ ไม่ได้ใช้อาวุธ กำลังทหาร หรือทรัพย์สินเงินทอง ซึ่งเป็นวิธีที่ตรงข้ามกับวิธีของโลกนี้
- พระองค์ใช้ฤทธิ์เดชและสิทธิอำนาจเพื่อปลดปล่อยผู้คนให้พ้นจาก อำนาจของความบาป ซึ่งเป็นปัญหาที่ยากกว่าการตกเป็นทาสของอาณาจักรโรม
- แบบอย่างการใช้ฤทธิ์เดชด้วยความถ่อมใจ เช่น:
- การรักษาคนง่อย: เมื่อมีคนรื้อหลังคาเพื่อหย่อนคนง่อยลงมาหาพระองค์ ขณะที่พระองค์กำลังสอนอยู่ พระองค์ไม่ได้แสดงความโกรธหรือมองว่าเป็นการรบกวน แต่พระองค์มองเห็นว่าคนผู้นี้มีคุณค่าและต้องการความช่วยเหลือ
- การเลี้ยงคน 5,000 คน: พระองค์มองเห็นว่าพวกเขาเดือดร้อนและหิวโหย จึงใช้ความถ่อมใจในการรับใช้ โดยไม่ได้มองว่าเป็นภาระ
- พระเยซูคริสต์ทรงสอนสาวก โดยเน้นย้ำว่า พระองค์ไม่ได้มาเพื่อรับการปรนนิบัติ แต่ มาเพื่อจะปรนนิบัติคนอื่น
ความถ่อมใจสำหรับผู้เชื่อ
การดำเนินชีวิตด้วยความถ่อมใจเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื่องจากมนุษย์มีแนวโน้มที่จะลืมตัวเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น หรือเมื่ออยู่ในตำแหน่งสูง
1. ความท้าทายในการแบกกางเขน
- หลายครั้งที่เราแสวงหามงกุฎ (ความสำเร็จในที่การงาน) แต่เราไม่ยอมแบกกางเขน (ไม่ยอมลงมือปฏิบัติหรือยอมอยู่ในความยากลำบาก)
- ถ้าเราต้องการได้มงกุฎจากพระเจ้า เราจะต้องยอม แบกกางเขนของพระองค์ด้วย การยอมถ่อมใจเป็นเรื่องที่ยากและท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อเผชิญแรงกดดันหรือแรงเสียดทานในชีวิต
2. แรงจูงใจที่มาสู่ความถ่อมใจและการเชื่อฟัง
- ความมั่นใจในการเป็นลูกของพระเจ้า: เราต้องมั่นใจในสถานะที่เราเป็นบุตรของพระเจ้า เพราะคุณค่าของเรามาจากความรักของพระเจ้าที่บนไม้กางเขน
- ความรักของพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง: แรงจูงใจในการรับใช้พระเจ้าควรมาจากความซาบซึ้งในความรักและพระคุณของพระเจ้า ไม่ใช่เพราะความเก่งกาจ ความสามารถ หรือฐานะของเรา
- ความรักของพระบิดาที่มีต่อเราจะนำไปสู่ การเชื่อฟังพระองค์อย่างสุดใจ พระเยซูคริสต์ทำตามน้ำพระทัยของพระบิดาแม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เพราะพระองค์รู้ว่าความรักของพระบิดาเป็นศูนย์กลางที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและนำมนุษย์ไปสู่ความรอด
พระพรของการถ่อมใจ
เมื่อเราถ่อมใจและเชื่อฟังพระเจ้าอย่างยากลำบาก ผลลัพธ์ที่ได้รับกลับคืนมาคือพระพรและประโยชน์
- พระเจ้าจะทรงยกขึ้น: เพราะพระองค์ยอมถ่อมใจและเชื่อฟัง ดังนั้น พระองค์จึงทรงยกพระเยซูขึ้นสูงสุดและประทานพระนามเหนือนามทั้งปวงแก่พระองค์
- ยก ระดับหัวใจ: พระเจ้าจะทรงยก ระดับหัวใจของเราขึ้น โดยประทานประสบการณ์ในความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหา
- ความทรหดอดทนและสันติสุข: แม้ว่าเราจะเผชิญกับความทุกข์ยาก แต่ความทุกข์ยากนั้นทำให้เกิดความทรหดอดทน ความทุกข์ไม่สามารถชนะความรักและพระเมตตาของพระเจ้าได้ และพระเมตตานั้นจะนำสันติสุขมาอยู่กับเรา
- การเติบโตและการเป็นพระพร: การถ่อมใจแม้ไม่ง่าย แต่จะทำให้เราได้เติบโตขึ้นในทางของพระเจ้า และมีโอกาสได้เป็นพระพรแก่ผู้อื่น
สรุปได้ว่า ความถ่อมใจและการรับใช้ด้วยความถ่อมใจนั้นจะเป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้า และเป็นพระลักษณะสำคัญที่เราต้องเรียนรู้และพัฒนา โดยการให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ชำระหัวใจของเรา
