Curriculum
Course: 2025-09-28 : "พังทลายป้อมของมาร"
Login
Video lesson

หัวข้อ “พังทลายป้อมของมาร”

ผู้เทศนาแบ่งปันเรื่องราวชีวิตส่วนตัวเกี่ยวกับการเอาชนะการติดยาเสพติดร้ายแรงที่ดำเนินมาเป็นเวลา 14 ปี ซึ่งเริ่มจากการตัดสินใจผิดพลาดเพียงครั้งเดียวในวัย 14 ปี การเทศนานี้เน้นย้ำถึงแนวคิดหลักทางจิตวิญญาณเรื่อง “ป้อมปราการ” (stronghold) ซึ่งพระคัมภีร์ใช้สื่อถึงการผูกมัดทางความคิดและพฤติกรรม เช่น การเสพติด ความโกรธ หรือความขมขื่น ศิษยาภิบาลยืนยันว่าป้อมปราการเหล่านี้ไม่สามารถถูกทำลายได้ด้วยความพยายามของมนุษย์ เช่น การบำบัดทางจิตวิทยา แต่ต้องอาศัย ฤทธิ์เดชของพระเจ้าและพระวจนะของพระองค์ เท่านั้น โดยยกตัวอย่างการที่ดาวิดสามารถยึดกรุงเยรูซาเลมได้สำเร็จด้วยพระกำลังของพระเจ้า และใช้คำว่า “แต่ถึงอย่างไรก็ตาม” (nevertheless) เพื่อเน้นย้ำว่าพระเจ้าสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้ที่เคยตกเป็นทาสของความผิดพลาดในอดีตได้เสมอ การเทศนาจึงเป็นการกระตุ้นให้ผู้ฟังหันกลับไปหาพระคัมภีร์และการอธิษฐานเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงความคิดและทำลายป้อมปราการทางจิตวิญญาณในชีวิต

 

การเสพติดยาเสพติด.

การเสพติดยาเสพติดเป็นประเด็นสำคัญที่ถูกกล่าวถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเทศนาผ่านประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เทศนา (ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นศิษยาภิบาล) และการตีความตามหลักพระคัมภีร์เกี่ยวกับ “ป้อมปราการ” (strongholds).

ประสบการณ์ชีวิตกับการเสพติดยาเสพติด

ผู้เทศนาได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการติดยาเสพติดในชีวิตของตนเองว่า:

  1. จุดเริ่มต้นของการเสพติด: เมื่ออายุ 14 ปี เขาได้เริ่มดื่มเบียร์กับเพื่อน และมีคนยื่นผงขาว ๆ (โคเคน) มาวางบนโต๊ะกระจก. การตัดสินใจลองทำตามเพราะกลัวเสียหน้าเพื่อนในวันนั้น ทำให้เขาติดยาเสพติดต่อเนื่องยาวนานถึง 14 ปี.
  2. การเสพติดที่รุนแรงขึ้น: ตลอดช่วงเวลาที่ยังเรียนอยู่ ความต้องการยาของเขาก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และต้องการยาที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเขาเปลี่ยนไปเสพติดเฮโรอีน (“heroinic”) และเริ่มฉีดผงเฮโรอีนเข้าเส้นเลือดวันละ 3 รอบ.
  3. ผลกระทบต่อชีวิต: ชีวิตในขณะนั้นตกอยู่ในสภาพที่สิ้นหวังอย่างมาก. แม้เขาจะแต่งงานกับหญิงสาวคริสเตียน แต่ช่วง 4 ปีแรกของการแต่งงานก็เหมือนกับการตกนรก.
  4. ความพยายามในการเลิกยา: เขาเข้าศูนย์บำบัดยาเสพติด (drug rehabs) หลายแห่ง เพราะตัดสินใจว่าไม่ต้องการเป็นคนติดยาอีกต่อไป. เขาอยากสัมผัสความรู้สึกที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าโดยที่ไม่เมาหรือมึนยา และมีความคิดที่โล่งสะอาด.
  5. การล้มเหลวในการบำบัดด้วยตนเอง: แม้จะพยายามเข้าศูนย์ตัดยาหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่ออกมาจากศูนย์ตัดยา เขาก็กลับไปใช้ยาอีกครั้ง. ชีวิตของเขาตกต่ำลงเรื่อย ๆ จนเกือบจะกลายเป็นคนเร่ร่อนไร้บ้าน. ครั้งหนึ่งเขาถูกหามส่งโรงพยาบาลและเกือบจะเสียชีวิตเพราะยาเสพติด.

การเสพติดในมุมมองของพระคัมภีร์: ป้อมปราการ

ในทางฝ่ายวิญญาณ การเสพติดยาเสพติดถูกอธิบายว่าเป็นการตกเป็นทาสของ “ป้อมของมาร” (stronghold).

  • คำจำกัดความ: ภาษาทั่วไปอาจเรียกมันว่า “การเสพติด” แต่พระคัมภีร์เรียกมันว่า “ป้อมปราการของมาร”.
  • ความหมายของป้อมปราการ: ป้อมปราการทางฝ่ายวิญญาณคือสิ่งที่กักขังตัวเราไว้ให้เป็นทาส. ผู้เทศนาระบุชัดเจนว่าเขาเคยมี ป้อมปราการของการเสพติดยาเสพติด ครอบงำอยู่.
  • การควบคุมพฤติกรรม: ป้อมปราการคือกรอบความคิดบางอย่างที่ควบคุมและบังคับพฤติกรรมของเรา (How you think is how you act). ความคิดเหล่านี้มักเป็นเหตุผลจำปลอมหรือความเย่อหยิ่งที่ตั้งตัวขึ้นขัดขวางความรู้ของพระเจ้า.
  • ปัญหาฝ่ายวิญญาณ: การพยายามทำลายป้อมปราการเหล่านี้ด้วยกำลังของมนุษย์ (เช่น เนื้อหนัง หรือเหตุผลทางจิตวิทยา) จะไม่สามารถทำได้ เพราะปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องทางกายภาพ แต่เป็นปัญหาทางฝ่ายวิญญาณ.

การปลดปล่อยและการเยียวยา

ผู้เทศนาค้นพบทางออกจากการเสพติดยาเสพติดผ่านการเข้ามาพึ่งพาพระเจ้าและคำสอนของพระคัมภีร์:

  1. องค์กร Teen Challenge: ภรรยาของผู้เทศนาแนะนำองค์กร “Teen Challenge” (ท้า ทาย ชีวิต เยาวชน) ซึ่งก่อตั้งโดย David Wilkerson. องค์กรนี้เชื่อว่าคำตอบสำหรับทุกปัญหามีอยู่ในพระวจนะของพระเจ้าและฤทธิ์เดชของพระองค์.
  2. การปลดปล่อยโดยพระเยซู: แม้ในช่วงแรกเขาจะไม่เชื่อในพระเยซู แต่เมื่อเขาเข้าโครงการ Teen Challenge ในวันที่ 18 มิถุนายน 1991 พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เปิดใจเขา. พระเยซูทรงเป็นผู้ที่ปลดปล่อยชีวิตเขา. ผู้เทศนาระบุว่า คำตอบสำหรับการเสพติดยาเสพติดคือ พระเยซู ไม่ใช่ที่ปรึกษา.
  3. อาวุธในการทำลายป้อมปราการ: พระคัมภีร์ (2 โครินธ์ 10:3-6) ชี้ว่า เรามีอาวุธที่ใช้สู้รบซึ่งไม่ใช่แบบมนุษย์ แต่เป็น ฤทธิ์ธานุภาพจากพระเจ้า ที่จะทำลายป้อมประการได้. อาวุธที่จำเป็นในการทำลายป้อมเหล่านั้นคือ พระวจนะของพระเจ้า, ฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์, และ ของประทานของการอธิษฐาน.
  4. การเป็นสิ่งสร้างใหม่: ผู้เทศนาใช้คำว่า “แต่ อย่างไร ก็ ตาม” (Nevertheless) เป็นกุญแจสำคัญที่บ่งชี้ว่า แม้ในอดีตเขาเคยเป็นคนติดยาเสพติด แต่พระเจ้าก็สามารถพลิกฟื้นและเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นศิษยาภิบาลได้. เมื่อพระเจ้าหักทำลายป้อมปราการ เราจะไม่เป็นคนเดิมอีกต่อไป แต่เป็น “คน ที่ ถูก สร้าง ใหม่ ใน พระ คริสต์” (ตาม 2 โครินธ์ 5:17).
  5. ศูนย์บำบัดที่ประสบความสำเร็จ: ผู้เทศนาได้ก่อตั้งพันธกิจชื่อ “New Creation” (สิ่ง สร้าง ใหม่) ซึ่งกลายเป็นศูนย์บำบัดยาเสพติดที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในพื้นที่นั้น. วิธีการบำบัดของศูนย์นี้คือ การสอนพระคัมภีร์ และการเล่าถึงฤทธิ์เดชของพระเจ้าเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตคน โดยไม่ได้ใช้ยา.
  6. การเปลี่ยนแปลงความคิด: ในช่วงที่เข้ารับการบำบัดที่ Teen Challenge เขาถูกบังคับให้ท่องจำพระคัมภีร์กว่า 500 ข้อ. เหตุผลคือพระวจนะของพระเจ้าจะเข้ามาชำระล้างและฟื้นฟูความคิดจิตใจ. การเปลี่ยนแปลงความคิด (Renewing of the mind) เป็นสิ่งจำเป็นในการต่อสู้กับป้อมปราการ.

 

การทำลายป้อมของมาร

การทำลายป้อมของมาร หรือ “ป้อมปราการ” (Strongholds) เป็นประเด็นหลักที่ถูกเทศนา โดยเน้นย้ำว่าเป็นสงครามฝ่ายวิญญาณที่ต้องใช้ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าเพื่อเอาชนะ ซึ่งการเอาชนะป้อมปราการเหล่านี้จะนำไปสู่การปลดปล่อยและชีวิตใหม่ในพระคริสต์

ลักษณะและความหมายของป้อมปราการ

ในทางฝ่ายวิญญาณ ป้อมปราการ (stronghold) คือสิ่งที่กักขังและทำให้ตัวเราตกเป็นทาส ภาษาทางโลกอาจเรียกว่า “การเสพติด” (addictions) หรือ “นิสัย” (habits) แต่พระคัมภีร์เรียกสิ่งเหล่านี้ว่า “ป้อมปราการของมาร”

ป้อมปราการเหล่านี้คือ:

  1. กรอบความคิดที่ควบคุมพฤติกรรม: ป้อมปราการคือกรอบความคิดบางอย่างที่ ควบคุมและบังคับพฤติกรรม ของเรา (“How you think is how you act”) ความคิดที่ครอบงำนี้จะควบคุมพฤติกรรมของเราไปด้วย
  2. สิ่งที่ขัดขวางความรู้ของพระเจ้า: มันถูกอธิบายว่าเป็น “เหตุ ผล ปลอม ทั้ง หลาย” และ “ความ เย่อ หยิ่ง ทุก รูป แบบ” ที่ตั้งตัวขึ้นขัดขวางความรู้ของพระเจ้า

ป้อมปราการไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนในโลกเท่านั้น แต่คนในคริสตจักรก็สามารถมีป้อมปราการเหล่านี้ครอบงำความคิดจิตใจได้เช่นกัน

สงครามที่อยู่ในความคิดและข้อจำกัดของมนุษย์

เปาโลใช้ศัพท์ทางการทหาร (เช่น สงคราม, อาวุธ, ทำลาย, ยึดกุม, ลงโทษ) ถึง 7 คำ ใน 2 โครินธ์ 10:3-6 เพื่อชี้ให้เห็นว่าการต่อสู้กับป้อมปราการนี้เป็น “สงคราม”

  • สมรภูมิคือความคิด: การสงครามที่แท้จริงไม่ได้อยู่ข้างนอก แต่ อยู่ ใน ความ คิด ของ เรา
  • เป็นปัญหาฝ่ายวิญญาณ: ปัญหาของป้อมปราการนั้น ไม่ ใช่ เรื่อง ทาง กายภาพ แต่ เป็น ปัญหา ทาง ฝ่าย วิญญาณ
  • กำลังมนุษย์ทำลายไม่ได้: สงครามฝ่ายวิญญาณนี้ ไม่ สามารถ เอา ชนะ ได้ โดย กำลัง แบบ มนุษย์ เนื้อหนังเองไม่มีความสามารถใด ๆ ที่จะล้มทำลายป้อมนี้ได้ แม้ในอเมริกาจะมีนักจิตวิทยาและผู้ให้คำปรึกษามากมาย แต่ปัญหาสังคม (เช่น ความวิตกกังวล และความซึมเศร้า) กลับย่ำแย่ลง การแก้ปัญหาที่ใหญ่เกินกว่ากำลังมนุษย์จะรับมือได้แต่ใช้กำลังของมนุษย์ย่อมไม่สำเร็จ

ตัวอย่างของป้อมปราการที่คริสเตียนเผชิญ ได้แก่ การเสพติดยาเสพติด ความโกรธ การไม่ให้ อภัย ความขมขื่น ความโลภ หรือแม้แต่การเสพติดภาพโป๊เปลือย (ซึ่งมีรายงานว่าเกิดขึ้นกับสมาชิกผู้ชายในโบสถ์ที่อเมริกาถึง 80% และศิษยาภิบาลถึง 40%)

อาวุธและฤทธิ์อำนาจในการทำลาย

การทำลายป้อมปราการต้องใช้ “ฤทธิ์ธานุภาพจากพระเจ้า” เพราะพระเจ้าเข้มแข็งยิ่งกว่าป้อมปราการเข้มแข็งทุกอัน

คำตอบและอาวุธที่จำเป็น:

  1. พระเยซูคริสต์: ผู้เทศนายืนยันจากประสบการณ์ส่วนตัวว่า พระเยซู คือคำตอบสำหรับการเสพติดยาเสพติด ไม่ใช่ที่ปรึกษา (counselor) พระเยซูทรงเป็นผู้ปลดปล่อยชีวิตของเรา
  2. พระวจนะของพระเจ้า (Word of God): พระวจนะคือความจริง เป็นอาวุธหลักที่พระเจ้าประทานให้ การศึกษาพระคัมภีร์มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะพระวจนะของพระเจ้าจะเข้ามา ชำระล้างและฟื้นฟูความ คิด จิต ใจ ของเรา สิ่งที่คนต้องการมากที่สุดคือความรู้ของพระเจ้า
  3. ฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ (Power of the Holy Spirit): เป็นอาวุธที่มาจากพระเจ้าเพื่อทำลายป้อมปราการ
  4. ของประทานของการอธิษฐาน (Gift of Prayer): เป็นสิ่งที่จำเป็นในการเชื่อมสัมพันธ์กับพระเจ้าเพื่อเอาชนะป้อมปราการ

การเปลี่ยนแปลงและความเป็น “สิ่งสร้างใหม่”

เมื่อพระเจ้าทรงทำลายป้อมปราการที่ครอบงำอยู่ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการเปลี่ยนแปลงชีวิตโดยสิ้นเชิง

  • การพลิกฟื้น: พระคัมภีร์ใช้คำว่า “แต่ อย่างไร ก็ ตาม” (Nevertheless) เป็นคำสั้น ๆ ที่สำคัญมาก ซึ่งบ่งชี้ว่าไม่ว่าป้อมปราการจะแข็งแกร่งเพียงใด หรืออดีตจะเคยเป็นอย่างไร (เช่น ติดยาเสพติด หรือชีวิตสมรสกำลังจะพังทลาย) พระเจ้าจะพลิกฟื้นและเปลี่ยน แปลง ชีวิต ของ เรา ใหม่ ได้
  • การถูกสร้างใหม่: เมื่อพระเจ้าหักทำลายป้อม เราจะไม่เป็นคนเดิมอีกต่อไป แต่เราจะเป็น “คน ที่ ถูก สร้าง ใหม่ ใน พระ คริสต์” (ตามหลักการของ 2 โครินธ์ 5:17) ซึ่งหมายถึงการได้ชีวิตใหม่
  • การเปลี่ยนแปลงความคิด: การทำลายป้อมปราการต้องอาศัย การเปลี่ยน แปลง ความ คิด เสีย ใหม่ (Renewing of the mind) เพื่อให้ระบบความคิดที่เสื่อมทรามได้รับการฟื้นฟู การอยู่กับพระวจนะและการเชื่อมต่อกับฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์จึงเป็นกุญแจสู่การปลดปล่อยและเสรีภาพอย่างแท้จริง

 

การเป็นสร้างใหม่.

การเป็นสิ่งสร้างใหม่ (New Creation) เป็นแนวคิดหลักทางพระคัมภีร์ที่นำมาใช้ในการอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างสมบูรณ์ เมื่อบุคคลนั้นได้รับการปลดปล่อยจาก “ป้อมปราการของมาร” (strongholds) ผ่านทางพระเยซูคริสต์

รากฐานทางพระคัมภีร์และคำจำกัดความ

แนวคิดเรื่องการเป็นสิ่งสร้างใหม่นั้นมีรากฐานมาจากพระธรรม 2 โครินธ์ บทที่ 5 ข้อที่ 17 ซึ่งเป็นข้อประจำชีวิตของผู้เทศนา (ศิษยาภิบาล):

  • คำจำกัดความ: “ถ้า ผู้ ใด อยู่ ใน พระ คริสต์ ผู้ นั้น เป็น คน ที่ ถูก สร้าง ใหม่ แล้ว สิ่ง เก่า ๆ ก็ ล่วง ไป นี่ แน่ กลาย เป็น สิ่ง ใหม่ ทั้ง นั้น”
  • การเปลี่ยนแปลง: เมื่อพระเจ้าหักทำลายป้อมปราการที่ครอบงำชีวิตของเราอยู่ เราก็จะไม่เป็นคนเดิมอีกต่อไป แต่จะได้รับชีวิตใหม่ (a new lease on life)

ความสำคัญของ “แต่ อย่างไร ก็ ตาม” (Nevertheless)

การเป็นสิ่งสร้างใหม่เกิดขึ้นได้เพราะพระเจ้าทรงเขียนประโยคสั้น ๆ ที่มีความสำคัญมากคือ “แต่ อย่างไร ก็ ตาม” (Nevertheless) ไว้ในชีวิตของเรา

  • ความหมายของคำว่า “แต่ อย่างไร ก็ ตาม”: คำนี้บ่งชี้ว่าไม่ว่าอดีตของบุคคลนั้นจะเลวร้ายเพียงใด หรือเคยมีป้อมปราการที่แข็งแกร่งครอบงำอยู่ก็ตาม (เช่น การเป็นคนติดยาเสพติด) พระเจ้าจะทรง พลิกฟื้นและเปลี่ยนแปลงชีวิต ของเราใหม่ได้
  • ตัวอย่างจากชีวิต: ผู้เทศนาเองเป็นแบบอย่างของเรื่องนี้ โดยอาจมีการบรรยายคล้าย ๆ ว่า “Walter Colus เคยเป็นคนติดยาเสพติด แต่ อย่างไร ก็ ตาม พระ เจ้า ได้ เปลี่ยน เขา จน กลาย เป็น สิทธิภิบาล” และถึงแม้ชีวิตสมรสจะมาถึงจุดที่ต้องแยกกันอยู่เตรียมตัวที่จะหย่า แต่ อย่างไร ก็ ตาม พระ เจ้า ได้ รื้อ ฟื้น ทุก อย่าง ให้ กลับ ขึ้น มา อีก ครั้ง หนึ่ง

ผลลัพธ์ของการเป็นสิ่งสร้างใหม่

การเป็นสิ่งสร้างใหม่คือการถูกปลดปล่อยจากการเป็นทาสของกรอบความคิดผิด ๆ และการได้รับเสรีภาพอย่างแท้จริง ซึ่งนำไปสู่ชีวิตที่มีความหมายและทรงพลัง

  1. หลุดพ้นจากคำจำกัดความเดิม: แทนที่จะต้องยืนแนะนำตนเองในกลุ่มบำบัดนิรนามว่า “ผมชื่อ Water Colus ผมเป็นคนติดยาเสพติด” มุมมองที่พระคัมภีร์วาดให้เห็นคือ เราไม่ได้เป็นคนติดยาเสพติดอีกต่อไป แต่เป็น “สิ่ง ที่ ถูก สร้าง ใหม่ ใน พระ เยซู คริสต์”
  2. การฟื้นฟูชีวิตและครอบครัว: ผู้เทศนาได้เห็นพระเจ้าฟื้นฟูชีวิตของหลายคนและครอบครัวจำนวนมาก เพราะประโยคที่ว่า “แต่ อย่างไร ก็ ตาม” หลายคนมาจากครอบครัวที่ติดยาเสพติดมาหลายรุ่น แต่คนเหล่านั้นก็พบกับชีวิตใหม่และหลุดพ้นในพระเยซูคริสต์
  3. การสถาปนาพันธกิจ: ผู้เทศนาได้ก่อตั้งพันธกิจชื่อ “New Creation” (สิ่ง สร้าง ใหม่) หลังจากที่หลุดพ้นจากยาเสพติด โดยตั้งชื่อตามหลักการใน 2 โครินธ์ บทที่ 5 นี้เอง ศูนย์แห่งนี้กลายเป็นศูนย์บำบัดยาเสพติดที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในพื้นที่ โดยวิธีการบำบัดคือการ อ่านพระคัมภีร์ และบอกถึงฤทธิ์เดชของพระเจ้าเพื่อเปลี่ยนแปลชีวิตคนได้

 

ฤทธิ์เดชพระเจ้า.

ฤทธิ์เดชของพระเจ้าเป็นแนวคิดสำคัญที่ถูกเน้นย้ำในแหล่งข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการทำลาย “ป้อมปราการของมาร” (strongholds) และการปลดปล่อยชีวิตจากความเสพติดหรือการเป็นทาส

แหล่งที่มาและจุดมุ่งหมายของฤทธิ์เดช

ฤทธิ์เดชของพระเจ้า (The Power of God) เป็นคำตอบและทางออกสำหรับทุกปัญหาที่เกินกำลังมนุษย์:

  • คำตอบสำหรับปัญหา: องค์กร Teen Challenge ซึ่งก่อตั้งโดย David Wilkerson เชื่อว่าคำตอบสำหรับทุกปัญหาของมนุษย์นั้นมีอยู่เฉพาะในพระวจนะของพระเจ้าและ ฤทธิ์เดชของพระองค์.
  • ความเข้มแข็งสูงสุด: พระเจ้าเข้มแข็งยิ่งกว่าป้อมปราการเข้มแข็งทุกอัน.
  • การประทานแก่ผู้เชื่อ: ข่าวดีคือ พระคัมภีร์ระบุว่าพระเจ้าเป็นผู้ประทาน ฤทธิ์เดชของพระองค์ ให้แก่เรา เพื่อให้เราสามารถทำลายป้อมปราการฝ่ายวิญญาณเหล่านี้ได้.

บทบาทในการทำลายป้อมปราการ

การต่อสู้กับป้อมปราการของมารเป็นการสงครามฝ่ายวิญญาณ ซึ่งไม่สามารถเอาชนะได้ด้วยกำลังของมนุษย์.

  • อาวุธจากพระเจ้า: อาวุธที่เราใช้สู้รบ ไม่ ใช่ แบบ มนุษย์ แต่เป็น ฤทธิ์ธานุภาพจากพระเจ้า ที่จะทำลายป้อมปราการได้.
  • ชัยชนะเหนือเนื้อหนัง: ปัญหาของป้อมปราการนั้นไม่ใช่เรื่องทางกายภาพ แต่เป็นปัญหาทางฝ่ายวิญญาณ ดังนั้น เราไม่สามารถทำลายป้อมเหล่านี้ได้ด้วยกำลังเนื้อหนังของมนุษย์เรา.
  • ปัญหาใหญ่ที่ต้องพึ่งพาพระเจ้า: ในโลกนี้มีปัญหาบางอย่างที่มีขนาดใหญ่มาก ซึ่งมีแต่ พระเจ้าเท่านั้นที่รับมือได้ แต่ผู้คนกลับพยายามใช้กำลังของมนุษย์เพื่อแก้ไข. จากประสบการณ์ส่วนตัวระบุว่า เขาไม่ต้องการที่ปรึกษา นักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ แต่เขาต้องการ ฤทธิ์เดชของพระเจ้า และความจริงจากพระวจนะของพระองค์.

การเชื่อมต่อกับฤทธิ์เดชและผลลัพธ์

ฤทธิ์เดชของพระเจ้าปรากฏผ่านเครื่องมือที่พระองค์ประทานแก่ผู้เชื่อ เพื่อนำไปสู่การปลดปล่อยและเสรีภาพ:

  • ฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์: อาวุธที่จำเป็นในการทำลายป้อมปราการ ได้แก่ พระวจนะของพระเจ้า ฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และของประทานของการอธิษฐาน. การที่ศูนย์บำบัดยาเสพติดของผู้เทศนาประสบความสำเร็จในการช่วยคนให้รอดได้นั้น เป็นผลมาจากพระวจนะของพระเจ้าและ ฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์.
  • การปลดปล่อย: การอธิษฐานขอ พลังฤทธิ์เดช เพื่อทำลายป้อมปราการ และขอให้มีการปลดปล่อยและเสรีภาพอย่างแท้จริงในคริสตจักร. การเชื่อมต่อเข้ากับ ฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นวิธีหนึ่งที่จะทำลายป้อมปราการและรับเสรีภาพ.
  • การเปลี่ยนแปลงชีวิต: พันธกิจที่ผู้เทศนาก่อตั้งขึ้น ซึ่งบำบัดผู้ติดยาเสพติดโดยการสอนพระคัมภีร์และบอกถึง ฤทธิ์เดชของพระเจ้า เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้ กลายเป็นศูนย์บำบัดยาเสพติดที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในพื้นที่.

 

ชัยชนะเหนือความบาป.

ชัยชนะเหนือความบาป (sin) ถูกอธิบายว่าเป็น การทำลาย “ป้อมปราการของมาร” (strongholds) ที่ครอบงำชีวิตของเรา และได้รับการปลดปล่อยให้เป็น “สิ่งสร้างใหม่” โดยฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า

1. ความบาปในฐานะป้อมปราการและการเป็นทาส

ก่อนที่จะมีชัยชนะ บุคคลนั้นจะตกอยู่ภายใต้การควบคุมของความบาป ซึ่งในทางฝ่ายวิญญาณเรียกว่า “ป้อมปราการ”:

  • ความบาปในรูปของการเป็นทาส: ความบาปคือการที่บุคคลนั้น “ตก เป็น ทาส ของ ยา เสพ ติด” หรือรัก “ความ มืด” และเกลียดชัง “ความ สว่าง” และต้องการอยู่ใน “ชีวิต ที่ เต็ม ไป ด้วย ความ บาป มาก กว่า จะ ยอม จำนน ต่อ พระ เจ้า”
  • ลักษณะของป้อมปราการ: ป้อมปราการของมารเป็นกรอบความคิดที่ ควบคุมและบังคับพฤติกรรม ของเรา และเป็น “เหตุ ผล ปลอม ทั้ง หลาย” รวมถึง “ความ เย่อ หยิ่ง ทุก รูป แบบ” ที่ตั้งตัวขึ้นขัดขวางความรู้ของพระเจ้า
  • ตัวอย่างความบาปที่เผชิญ: คริสเตียนจำนวนมากกำลังเผชิญกับป้อมปราการของความโกรธ ความไม่ให้ อภัย ความขม ขื่น ความโลภ หรือแม้แต่การเสพติดภาพโป๊เปลือย (pornography)

2. พระเยซูคริสต์คือคำตอบเดียว

ชัยชนะเหนือความบาปนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยกำลังของมนุษย์ แต่ต้องพึ่งพาฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าเท่านั้น:

  • พระเยซูคือผู้ปลดปล่อย: คำตอบสำหรับการเสพติดและความบาปคือ พระ เยซู ไม่ใช่ที่ปรึกษา (counselor) หรือนักจิตวิทยา พระองค์ทรงเป็นผู้ที่สามารถ “ช่วย คุณ ให้ หลุด พ้น จาก การ เสพ ติด นี้ ได้”
  • การยอมจำนน: ชัยชนะเริ่มต้นเมื่อบุคคลนั้นได้รับการเปิดใจโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์และ ยอมจำนนต่อพระเจ้า ดังที่ตัดสินใจเข้าสู่โครงการ Teen Challenge เพื่อให้ชีวิตได้รับการเปลี่ยนแปลง.

3. อาวุธแห่งชัยชนะและการสู้รบ

การได้รับชัยชนะเหนือความบาปนั้นเป็นการ “สงครามฝ่ายวิญญาณ” ที่ต้องใช้ “ฤทธิ์ธานุภาพจากพระเจ้า” เพื่อทำลายป้อมปราการ:

  • ฤทธิ์เดชจากพระเจ้า: อาวุธที่ใช้ในการสู้รบนั้น ไม่ ใช่ แบบ มนุษย์ แต่เป็น ฤทธิ์ธานุภาพจากพระเจ้า ที่เข้มแข็งยิ่งกว่าป้อมปราการใด ๆ
  • อาวุธสำคัญสามประการ: อาวุธที่จำเป็นในการทำลายป้อมปราการ ได้แก่ พระวจนะของพระเจ้า, ฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์, และ ของประทานของการอธิษฐาน.
  • สมรภูมิคือความคิด: การสงครามที่แท้จริงไม่ได้อยู่ภายนอก แต่ “อยู่ ใน ความ คิด ของ เรา” ชัยชนะเกิดขึ้นได้เมื่อเรา “ยึด กุม ความ คิด ทุก ประการ ให้ มา เชื่อ ฟัง พระ คริสต์”

4. ผลลัพธ์: การเป็นสิ่งสร้างใหม่และ “แต่ อย่างไร ก็ ตาม”

เมื่อป้อมปราการถูกทำลาย ชัยชนะเหนือความบาปจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์และชีวิตใหม่:

  • การถูกสร้างใหม่: ผู้ที่ได้รับการปลดปล่อยจะถูกเปลี่ยนจาก “คน ติด ยา เสพ ติด” ให้เป็น “สิ่ง ที่ ถูก สร้าง ใหม่ ใน พระ เยซู คริสต์” โดยอิงจากหลักการใน 2 โครินธ์ 5:17 ที่ว่า “สิ่ง เก่า ๆ ก็ ล่วง ไป นี่ แน่ กลาย เป็น สิ่ง ใหม่ ทั้ง นั้น”
  • หลักการ “แต่ อย่างไร ก็ ตาม” (Nevertheless): พระเจ้าจะเขียนประโยคนี้ไว้ในชีวิตของผู้ที่ได้รับชัยชนะ ประโยคนี้สื่อว่า “ไม่ ว่า อดีต ของ เรา จะ เป็น ยัง ไง แต่ อย่างไร ก็ ตาม พระ เจ้า จะ พลิก ฟื้น เปลี่ยน แปลง ชีวิต ของ เรา ใหม่ ได้”
  • การเปลี่ยนแปลงความคิด: เพื่อให้เกิดชัยชนะอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีการ “เปลี่ยน แปลง ความ คิด เสีย ใหม่” (Renewing of the mind) โดยอาศัยพระวจนะของพระเจ้าเข้ามา “ชำระ ล้าง ความ คิด ของ เรา ให้ สะอาด” การเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้อุปนิสัยเปลี่ยนไป