- Description
- Curriculum
- Reviews
-
1เพลงนมัสการ
เอเฟซัส 5:19 (THSV11) จงปราศรัยกันด้วยเพลงสดุดี เพลงนมัสการ และเพลงฝ่ายจิตวิญญาณ คือร้องเพลงและสดุดีจากใจของพวกท่านถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า
1. จงชื่นชมยินดีในพระเจ้า ฟิลิปปี4:4 D
2. พระองค์ทรงอยู่ในชีวิตฉัน G
3. พระองค์ทรงสมควร G
4. พระเจ้าของข้า G (เฉพาะร้องรับ)5. ไม่ว่าอยู่แห่งหนไหน F/G
6. พระเจ้าของเรา Em -
2ถวายทรัพย์
ฟีลิปปี 4:19 (THSV11) และพระเจ้าของข้าพเจ้าจะประทานทุกสิ่งที่จำเป็นแก่พวกท่านจากทรัพย์อันรุ่งโรจน์ของพระองค์ในพระเยซูคริสต์
-
3สูจิบัตร/รายการ
โคโลสี 3:16 TH1971 จงให้พระวาทะของพระคริสต์ดำรงอยู่ในตัวท่านอย่างบริบูรณ์ จงสั่งสอนและเตือนสติกันด้วยปัญญาทั้งสิ้น จงร้องเพลงสดุดีเพลงนมัสการ และเพลงสรรเสริญด้วยใจโมทนาขอบพระคุณพระเจ้า
-
4หัวข้อ " เป็นที่ชอบและพอพระทัยพระเจ้า "
หัวข้อ "เป็นที่ชอบและพอพระทัยพระเจ้า"
พระธรรม : ฮีบรู 11:6ความสำคัญของการเป็นที่ ชอบและพอพระทัยของพระเจ้า ซึ่งมีจุดเริ่มต้นที่ ความเชื่อแท้ที่มุ่งแสวงหาพระองค์ อย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่การทำกิจกรรมทางศาสนาหรือแสวงหาพระพรเท่านั้น ผู้เทศน์ได้นำเสนอ "สูตร" สำหรับชีวิตที่สมดุลคือ มัทธิว 4:4 ที่ระบุว่ามนุษย์ดำรงชีวิตด้วยพระวจนะของพระเจ้าทุกคำ พร้อมทั้งให้แนวทางปฏิบัติ 3 ประการ ได้แก่ การใช้ร่างกายเพื่อ ถวายเกียรติแด่พระเจ้า การกระทำทุกอย่างด้วย ความรักแบบพระคริสต์ และการ พึ่งพาพระเจ้าในทุกเรื่อง โด
การพูดคุยเกี่ยวกับ "ความรักแบบพระคริสต์" (Love in the style of Christ) เป็นองค์ประกอบสำคัญของการดำเนินชีวิตคริสเตียนที่นำไปสู่การเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า โดยแหล่งข้อมูลได้เน้นว่าความรักรูปแบบนี้ไม่ใช่ความรักแบบมนุษย์ทั่วไป แต่เป็นมาตรฐานที่สูงขึ้นซึ่งพระเยซูคริสต์ทรงวางแบบอย่างไว้
1. ความรักแบบพระคริสต์คือมาตรฐานสูงสุดของการเป็นที่พอพระทัย
การเป็นที่ชอบต่อหน้าพระเจ้าคือความเชื่อที่มุ่งแสวงหาพระเจ้า จนปรากฏเป็น ความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะกระทำทุกอย่างด้วยความรักแบบพระคริสต์
- ไม่ใช่ความรักแบบเดิม: ความรักนี้ ไม่ใช่ความรักแบบที่มนุษย์เข้าใจ หรือความรักในแบบพันธสัญญาเดิม
- การยกระดับบัญญัติ: ในพันธสัญญาเดิม บัญญัติใหญ่คือ จงรักพระเจ้าด้วยสิ้นสุดจิตสุดใจ และ จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง แต่เมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จลงมา พระองค์ทรงทำให้สมบูรณ์มากขึ้น โดยสั่งว่า "จงรักซึ่งกันและกัน เหมือนที่เราได้รักพวกท่าน" นี่คือ ขั้นสูงสุด ของความรัก
- จุดมุ่งหมาย: เราต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์และความคิดหลายอย่าง เพื่อให้สามารถรักแบบพระเยซู
2. แบบอย่างแห่งความรัก: การล้างเท้าให้กันและกัน
พระเยซูคริสต์ทรงวางแบบอย่างแห่งความรักในระดับสูงสุดนี้ไว้ให้แก่เหล่าสาวก ผ่านการกระทำที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญ:
- คำสั่งใหม่: พระเยซูตรัสกับสาวกหลังจากการกระทำหนึ่งคือ การล้างเท้า พวกเขา
- ความหมายเชิงสัญลักษณ์: นัยยะของคำสั่งนี้คือ:
- น้ำ เปรียบเหมือน พระวจะนะ หรือพระคำ
- เท้า คือการ ดำเนินชีวิตไปบนโลกนี้ ในแต่ละวัน
- สิ่งสกปรก: ทุกคนมีโอกาสเหยียบสิ่งสกปรกได้ทุกวัน เช่น คำโกหก ความอิจฉา ความหยิ่งผยอง ความโกรธ ความเจ็บช้ำ หรือความผิดพลาดต่างๆ
- การปฏิบัติ: การรักซึ่งกันและกันแบบพระคริสต์คือการ ใช้ "น้ำแห่งพระวจะนะ" เพื่อ ล้างเท้าของกันและกัน คือการ หนุนใจกัน ช่วยกันชำระล้างกัน เพื่อให้แต่ละคนมี วิถีชีวิตที่สะอาดขึ้น บริสุทธิ์ขึ้นเรื่อยๆ
3. ผลของการไม่ยอมให้ชำระล้าง
แหล่งข้อมูลเน้นย้ำถึงความสำคัญของการชำระล้างนี้:
- ความสะอาดฝ่ายกายและวิถีชีวิต: ผู้เชื่อนั้น ได้รับ "การอาบน้ำ" แล้ว (หมายถึงได้รับการชำระให้สะอาดแล้วด้วยพระโลหิตของพระคริสต์) แต่ชีวิตยังคงดำเนินอยู่ในโลก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องล้างแต่เท้าก็พอ
- การขาดส่วนในแผ่นดินสวรรค์: หากผู้เชื่อ ไม่ยอมให้ชำระ (ไม่ล้างเท้าให้กันและกัน) หรือยังไม่บริสุทธิ์พอในการดำเนินชีวิต ก็จะ ไม่มีส่วนในงานของแผ่นดินสวรรค์ และไม่มีส่วนในพระคริสต์
- ความถ่อมใจ: การล้างเท้าให้กันและกันในความหมายของพระคริสต์นั้น ต้องใช้ความถ่อมใจสูงมาก ผู้เชื่อต้องถ่อมใจที่จะ ติดสนิทกับพระคำ จนเป็นหนึ่งเดียวกับพระคำ และใช้พระวจะนะเป็นน้ำล้างเท้าให้พี่น้องได้
4. การสำแดงความรักแบบพระคริสต์ผ่านพระวจนะ
ความรักนี้ยังรวมถึงการใช้ของประทานฝ่ายวิญญาณเพื่อหนุนใจผู้อื่น:
- แสวงหาการเผยพระวจนะ: ผู้เชื่อควร ดำเนินในวิถีแห่งความรัก และใฝ่หาของประทานฝ่ายจิตวิญญาณอย่างกระตือรือร้น โดยเฉพาะ การเผยพระวจนะ
- ความหมายของการเผยพระวจนะ: ในบริบทนี้ ไม่ใช่การตีความที่พิสดาร แต่หมายถึงการ เข้าใกล้พระคำของพระเจ้า จนกินพระคำจนเป็นหนึ่งเดียวกับเรา
- การสำแดงความรัก: เมื่อพบปะกันทุกครั้ง เราต้อง สำแดงความรัก ออกมาด้วยการ หนุนใจ เตือนสติ พยุงกันขึ้นด้วยพระวจะนะ เราต้องใช้ช่องทางต่างๆ (เช่น สังคมออนไลน์) เพื่อ เผยพระคำ/เผยข่าวประเสริฐ และช่วยกันล้างเท้า
- ท่าที: ความรักแบบพระคริสต์ต้องมาพร้อมกับการ เด็ดเดี่ยว กล้าหาญ และเข้มแข็ง ในการแสดงความรักโดยการหนุนใจ สอน หรือเตือนสติ ด้วยพระคำ
5. การฝึกฝนเพื่อความสมดุล
การทำทุกอย่างด้วยความรักแบบพระคริสต์เป็นหนึ่งในสามประการที่ผู้เชื่อต้องฝึกฝน เพื่อพัฒนาสู่ความเชื่อแท้ที่มุ่งแสวงหาพระเจ้า และเพื่อให้ชีวิตมีความ สมดุล และเป็น ที่พอพระทัยของพระเจ้าอย่างสูงสุด
ยเปรียบเทียบการพึ่งพาพระองค์กับการเปลี่ยนมาสวมแอกคู่ร่วมกับพระเยซูคริสต์ เพื่อให้ชีวิตดำเนินไปอย่างถูกจังหวะและทิศทาง อันจะนำไปสู่การเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าในที่สุด...
-
5slide- " เป็นที่ชอบและพอพระทัยพระเจ้า "